ก่อนหน้านี้เราไม่เคยสนใจ ในเรื่องของการกันคิ้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า กันคิ้วไม่เป็น แล้วด้วยธรรมชาติโดยรวมแล้ว คิ้วเราก็ดูดี มิได้ รกรุงรังแต่ประการใด

ใดนั้น คิ้วจึงเป็นส่วนหนึ่งที่เราไม่ได้แตะ   จนกระทั่ง มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างในหมู่แม่บ้าน ว่า มีกระเทยท่านนึง แต่งคิ้วสวยมาก  โดยช่างกระเทย ( ปล เป็นคำเรียกติดปากที่คุยกัน มิได้หยาบคายหรือ  ดูถูกนะค่ะ)  

ซึ่งเรามารู้จักชื่อพี่แก ตอนหลังว่าพี่ศักดิ์   หลังจากมีเพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคนไปลองทำผม และกันคิ้วกับพี่ศักดิ์ ก็ติดอกติดใจกันตามๆๆกัน  จนกระทั่ง วันเสาร์หลังจากว่างงาน เราก็เลยแว่บไปลองมั่ง

ก็บอกพี่ศักดิ์ไปว่า มากันคิ้วจ้า  พี่แกก็เชิญไปนั่งเก้าอี้ ทำผม เหมือนร้านทำผมทั่วไป แล้วแกก็สั่งให้เรานั่งตัวตรง  พี่ศักดิ์ก็มายืนหน้าเรา แล้วเอาดินสอ มากะระยะ ว่าส่วนไหนเปนยังไง  แป๊บเดียวก็เสร็จ

ค่าเสียหาย 10 บาทเท่านั้น  ถูกมาก แต่คุณภาพ เต็ม ร้อยจ้า  เรายังเขินๆๆหน้าตัวเอง เพราะพี่ศักดิ์กันคิ้วให้เราโก่ง  เหมือนคนตกใจอยู่ตลอดเวลาอ่ะ 5555555555  นหลังจากนั้นเราก็เปนสาวกพี่ศักดิ์แบบเหนียวแน่น

จนกระทั่ง พี่ศักดิ์ อำลาตำแหน่ง ไปเปิดร้านที่อื่น   เราก็เลยปล่อยให้คิ้วรกเหมือนเดิม 

จนกระทั่งงง  ไม่รู้มีอะไรมาดลใจ ให้มาสนใจคิ้วอีกครั้ง ก็เลยหาข้อมูลจาก google  มีหลายที่ที่ น่าสนใจเช่น อนาตาเซีย ที่เพิ่งมาเปิดสาขาที่ พารากอน หรือ  ร้านตามห้างหรู ที่มาบริการออกแบบคิ้ว และ สอนการเขียนคิ้ว ฯลฯ  แต่ ราคาไม่น่าเอ็นดูเลยง่ะ   จ่ายไม่ลงนะเออ  สนนราคาที่ 800 ++ หรือจะเป็นคอร์ส  ยิ่งแพงงงงง

เราเลยบ๊ายบาย สถาบันพวกนี้ โดยที่ยังไม่มีโอกาสลอง    แล้วเผอิญไปเจอกระทู้  เรื่องการออกแบบคิ้ว แบบตุรกี โดนการถอน และการใช้ด้ายดึง  วี๊ดวิ้ววว  มากค่ะ ราคาก็ 80 บาท ไม่ใกล้ไม่ไกล ก็ที่ยูเนี่ยนมออล์

เราเลยตัดสินใจไป กว่าจะหาร้านเจอ มึนอ่ะ เพราะเปนครั้งแรกที่ไปยูเนี่ยนมอลล์ มีความรู้สึกว่า มันเหมือนเขาวงกต ยังไงชอบกล เดินทางทางนั้น อ้าว วกกลับมาทางเดิมอีกแล้ว อิช้าน ละท้อจาย นักเชียววว ก็เลยถามแม่ค้าแถวไหน

ร้านจะอยู่ชั้น 2 เป็นแหล่งต่อผม ทำเล็บ เพ้นเล็บ  ฯลฯ     เราโชคดีที่ไปถึงก็รอไม่นาน แค่ 5 นาทีก็ได้ทำอ่ะ  ในร้านมีช่าง 2คน คือพี่ปู และคุณมูรัท ที่เป็นแขกขาว    เราโชคดีที่ได้ทำกับคุณมูรัท  เค้าก็เรียกเราไปนั่ง แล้วให้ทาแป้ง แล้วก็ให้ ทิชชู่มาอันนึง เราก็งง ว่าจะเอามาทำอะไร สักพัก ช่างก้เริ่มโดยการใช้แหนบถอนขนคิ้วก่อน ขอบอกว่าว่าโพรเซสนี้ชอบมากค่ะ มือเบาและถอนไวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ช่างไม่มีการร่างแบบ อะไรใดใดทั้งสิ้น หลังจากถอนคิ้ว  ช่างจะ ใช้ด้าย ที่เราไว้เย็บผ้าอ่ะ มาดึง โพรเซสนี้เจ็บ มากกกก  น้ำตาไหล  แต่รู้สึกได้เลยว่า เค้าใช้ด้ายดึงขนทีละหลายเส้นได้อย่างรวดเร็ว  ไม่ถึง 10 นาที เราก็ได้คิ้วใหม่ พร้อมคราบน้ำตา

จะมีรอยแดงนิดหน่อย บริเวณคิ้วทั้งสองข้าง   เราจ่ายไปแค่ 80 บาท จ้า หลังจากนั้นก็เข้าไปล่างหน้า ทาแป้งกลับบ้านพร้อมคิ้วใหม่  ถูกใจเปนที่สุด เพราะขนจะขึ้นช้า กว่าที่เราโกนแน่นอน

แนะนำ เพิ่มเติม   ที่ร้านนอกจากทำเกี่ยวกับตกแต่งคิ้วแล้ว ยังมีบริการ ดึงขนหน้า น่าจะแบบเดียวกับหมั่งหมิง แล้วก็กำจัดขน  แวกซ์ขน  

 ล่าสุดที่เราไปมาคือ เมื่อวันจันทร์  เราไปทำคิ้วกับช่างมูรัทมาจ้า แต่ช่างมูรัทแยกมาทำร้าน ใม่ แต่อยู่ในชั้น 2 ของห้างเหมือนกัน  ก็ไม่ไกลจากร้านเก่ามากนัก ไม่ต้องรอนาน

   ส่วนกับพี่ปู นั้นเราก็เคยทำคิ้วกับพี่เค้า ฝีมือไม่ด้อยกว่ากันจ้า  คือเราสามารถบอกได้ว่าเราต้องการแบบไหน 

ราคา อยู่ที่  80 -100 บาทค่ะ  ลองศึกษาไว้เปนทางเลือกนะเจ้าค่ะ ……. บายยย

รูปตัวอย่างจ้า

รูปแรกสภาพคิ้วที่เริ่มรก

ไปดึงคิ้วมาแล้วว  ถ่ายด้านข้างจ้า

จมูกบาน อ่ะ  อายยยย

 

 เมื่อวานนี้ กลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะเพลียมาก กินอะไรก็อยากอาเจียน แล้วปวดท้องอ่ะ นั่งรถไปถึงมีนบุรี ตกใจน้ำเยอะมาก สูงเลยเข่า

 ทุกคนต้องใส่รองเท้าบู๊ตเพื่อลุยน้ำ ระหว่างทางเราก็มองหารองเท้าที่ไว้ใส่ลุยน้ำ แต่ละที่ ราคาก็ต่างกัน จนน่าตกใจ จะแพงไปไหน กลับมาถึงหน้าหมู่บ้าน ก็เดินหาของกิน ซื้อข้าวต้มปลามากิน มองไปรอบ แปลกใจว่าทำไมปีนี้ไม่มีใครเอากระทงมาขาย

 เพราะเมื่อปีก่อนเราไปลอยกระทง ที่หมู่บ้านข้างๆๆ ก็สนุกดี คนไม่เยอะมาก มาปีนี้ เหงาๆ เพราะไม่สบายหรือเปล่า

หรือเพราะปีนี้อยู่คนเดียว เราลอยกระทงคนเดียวมา 4 ปีแล้วนะ เหงาอะ กินข้าว อาบน้ำ และมานอน ตอน ทุ่มกว่าๆ นอนไม่หลับ อ่ะ ได้ยินเสียง พลุดังตลอด

พยายามจะนอน ก็นอนไม่หลับ อยากออกไปดูชาวบ้านเค้าลอยกระทง เหงาอ่ะ

Make up For Ever แบรนด์นี้ รักเลยอ่ะ / Velvet Finish  Compact Powder # 24

แป้งม่วง เราก็สอยมาจากเคาน์เตอร์เหมือนกัน ราคาก็พันปลายๆ สำหรับแป้งม่วงจากค่ายนี้ก็โด่งดังมาจาก พันทิพอีกเช่นกัน ความเริ่ดของมันคือ มันช่วยให้หน้าสว่างขึ้น  เราเลยเลือกแป้งม่วงที่อยู่ในรูปของตลับ ส่วนเพคเกต ก็ยังคงความเรียบง่าย แบบธรรมดาไปไหม ? ตัวผลิตภัณฑ์ จะเน้นสีดำเป็นหลัก แม้กระทั้ง พัฟก็เป็นสีดำ  มีกระจกเล็กๆ ไว้ส่องแต่พองาม

เอาละ พล่ามมาเยอะแล้ว เราลองใช้แล้วประทับใจมากเลยจ้า วันไหนไม่แต่งหน้า ก็เอาแป้งม่วงมาตบๆๆ ก็ผ่องและเด้ง แบบพองาม แต่ถ้าตบมากไปก็คล้ำได้  เพราะฉะนั้นได้ใจเราไปเต็มๆๆ สำหรับค่ายนี้  เอาไป 9 คะแนนจ้า

 

 

Make up For Ever แบรนด์นี้ รักเลยอ่ะ /Make Up For Ever Concealer Palette No 5

แบรนด์นี้ค่อนข้างเงียบในหมู่สาวๆ บ่อยครั้งที่เราเดินผ่านเคาน์เตอร์ เห็นแต่บีเอ นั่งหาวว  เราเริ่มรู้จักแบรนด์นี้จากการ อยากลองเล่นคอลซีลเลอร์  ตอนนั้นจำได้ว่า กำลังคลั่งการกลบสิว กลบรอยแดง  แพนด้า 

แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  หน้าไม่มีสิว แล้วกรูจะซื้อมาทำม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  ก็งงเหมือนกัน    ราคาตอนนั้นก็ประมาณ พันปลายๆๆแบบไม่มีส่วนลด ใดใดทั้งสิ้น  อยากลองรองพื้น ก็ขอ  Tester จากบีเอ ปรากฎว่าแบรนด์นี้ไม่มี  Tester  ว่ะเฮ้ยยยยยย   เพิ่งรู้ เพราะฉะนั้น จะหา Tester จากแบรนด์นี้จากแหล่งอินเตอร์เนต ค่อนข้างหายาก หรือแทบไม่มีเลย  จะต้องซื้อจากเคาน์เตอร์เท่านั้น 

เราค่อนข้างใช้เจ้าคอนซีลเล่อร์ 5 หลุมน้อย ถึงน้อยมาก  เพราะไม่มีเหตุผลที่จะกลบ หรือ ปิดรอยแดงอะไรเลย เพราะฉะนั้น การให้คะแนนเรา ขอหักค่า แพคเกต ไป 2 คะแนนจ้า เพราะแพคเกตไม่มีไรเลย งั้นๆๆ มากมาย แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นแบนด์ที่มาจาก เมืองแห่งความงาม อย่างปารีส

เอาไป 8 คะแนนพอแล้วจ้า

credit : http://miwitch.onsugar.com/MUFE-MAC-EDM-MUA-Concealer-Review-Comparison-8254815

Giorgio Armani  ชื่อนี้จะแพงไปไหน  – Giorgio Armani Lip Wax,06 Deep Chianti

ตัวนี้ซ์อตามกระแส ค่ะ   เพราะทางแบรนด์ บอกว่า ทาแล้ว ถ้าเรากินน้ำแล้วลิป จะไม่เลอะตรงขอบแก้ว  เว่อร์ได้อีก  เราก็เลยถอยมาลอง แน่นอนว่า ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ของแบรนด์จะเริ่ดแค่ไหน  แพคเกคก็ยังคงเดิม 555  ตอนนี้เราเริ่มชินกับของดำ อย่างอาม่าแล้วละ  

มาเม้าต่อเรื่องลิปดีกว่า  เนื้อลิปเปนเนื้อครีม ทางแล้วปากไม่แห้ง สีติดชัดเจน แต่ตัวตลับจะเล็กมาก  ( ราคาไม่เล็กตามผลิตภัณฑ์นะจ๊ะ ) สีที่เราเลือกจะเป็นสีแดงเข้ม หรือสีมะเหมียว ก็สวยใส่แบบนังมารร้ายมากเลยจ้า   เหตุผลที่เลือก เพราะในกรุเรามีแต่ลิปสีนู๊ด  ก็เลยขอแหวกแนวว เอาสีแดงเข้มมาเล่น และอีกเหตุผล คือสามารถเอามาผสมกับสีอ่อนได้อีก เลยปลื้ม 

เราเลยเอามาลอง แล้วลองกินน้ำ ปรากฎว่า ขอบแก้วไม่เลอะ ลิปสติก อุป่ะ มันเร่ดจริงๆๆๆๆ  ชอบๆๆ

เอาคะแนนไปเลยจ้า 9  คะแนน      ถามว่าจะซื้อต่อไหม คงไม่แล้วจ้า   ยังเปนแฟน ลิปสติก สีนู๊ดอย่างเหนียวแน่น ก๊ะ 

credit : http://www.makeupandbeautyblog.com/cosmetics/giorgio-armani-lip-wax-like-mac-mattenes-only-glossier/

Credit -http://www.musingsofamuse.com/2008/08/giorgio-armani-beautys-lip-wax.html

 

Credit – http://www.212cafe.com/freewebboard/user_board/nanalady

 

 

Giorgio Armani  ชื่อนี้จะแพงไปไหน  Luminous Silk Powder – # 4 Light Sa

แบรนด์หรู แห่งฝั่งยุโรป มีเคาเตอร์ที่ ฮ่องกง  สิงคโปร์  มาเล   ได้ข่าวแว่วๆๆมาว่า จะมาเปิดเคาน์เตอร์ที่ กทม เร็ววันนี้  ก็รอลุ้นละกันว่า ราคาจะทวีคุณไปเท่าไหร่ คิดแล้วเสียวแว่บบบบ  

ไอเทมแรกที่เรามีคือ  แป้งตลับ ซึ่งไม่มีส่วนผสมของรองพิ้น  ซึ่งเหตุที่เราเลือกตัวนี้เพราะไม่ชอบแป้งผสมรองพื้น เนื่องจากความรู้สึกส่วนตัวว่า มันหนักหนา และดูหนา เกินไป

จำไม่ได้ว่าได้มาในราคาเท่าไหร่  แต่ใช้มานาน เกือบ 2 ปีแล้ว นานๆจะหยิบมาใช้  เราไม่ค่อยปลื้มตั้งแต่ตัว แพคเกต ยันตัวผลิตภัณฑ์  เจ้าตัวแพคเกต จะเปนสีดำ ทั้งพัฟที่ให้มา หรือตัวตลับ ก็ดำ แม้กระทั่งกล่อง ก็ดำ   เรียกว่า ดำ ดำ ดำ และ ดำ  ถ้าจะมองในอีกรูปก็จะออกแนว หรูหรา แบบเรียบ  ด้านหลังของตลับจะบอกชื่อรุ่น และเบอร์ของแป้ง

ส่วนด้านข้างก็จะมีโลโก้อามานี่ แบบ ตัวอักษร แบบ ธรรมดาเขียนติดไว้  ก็แค่นั้น ไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น หรือ พึงพอใจเลย  เมื่อเปิดฝาก็จะเจอพัฟสีดำ  และก็กระจก ก็แค่นั้น

ธรรมดา มากไปไหม ?? สำหรับไฮด์แบรนด์แบบนี้  

เนื้อแป้งก็ อืมม ไม่รู้สิ ไม่ได้รู้สึกถึงความเนียน หรือ อะไรเลย เฉยๆๆมากกกกกกกกกกกกกกก  เหมือนเอาแป้งเด็กมาทาหน้า  แต่ส่วนที่เราชอบคือ สีแป้งมันพอดีกับหนังหน้าเรา ไม่วอก หรือ คล้ำจนเกินไป และไม่ได้ปกปิดอะไรเลย   ในส่วนนี้ได้ใจไปเต็มๆๆๆ แต่ถ้าเทียบกับลูกรักอย่างลาแมร์ละก็ อาม่า หงายหลังไปเลย  ฮี่ๆๆๆ

Credit : http://www.luxuryparlor.com/giorgio-armani-luminous-silk-powder-4-light-sand.html

พล่ามมาเยอะ ก็ขอสรุป คะแนน เอาไปเล้ย 7 คะแนน จ้า  
คงไม่ซื้อมาใช้แล้วจ้า เพราะแพงเหลือหลาย ก๊ะ

Revlon แบรนด์นี้ต้องมีติดกระเป๋า Photo Ready เบอร์ 006 Medium Beige

รองพื้นตัวเก่งจากค่ายนี้ ที่แปลงร่างมาจากรุ่นฝาดำ ที่ฮิตติดลมบนในเวปพันทิพ อีกเช่นกัน  เรียกว่า มีกระทู้ถามทุกวันว่า สีไหนเหมาะกับผิวแบบไหน  รุ่นฝาดำ จะเป็นรุ่นที่ปกปิดได้ดี หรือว่าดีมาก ไม่มัน ไม่คล้ำ ปล เราไม่ได้ใช้รุ่นนี้นะเออ  เพราะเราเลยไปลองที่เคาน์เตอร์มาแล้ว ปรากฎว่ามันไม่โดน อ่ะ

เนื่องจากหนังหนาเรา ไม่ได้เปนสิว หรือรอยด่างดำ จากสิว ก็เลยขอบาย  จนกระทั่งงงงงง

ทำแป้งตลับของอาม่า หาย  หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ มันคือความโก๊ะของเราเอง  ช่วงนั้นเรากลับบ้านก็หยิบเอาแป้งตลับไปด้วย  พอกลับมา กทม ก็ดันไม่หยิบออกมา ยังทิ้งไว้ใน กระเป๋า พอจะใช้ก็ฟาดงวงฟาดงา ว่าใครหยิบของช้าน ไปปปปปปปปปปปปปปป

กร๊ดร้องโวยวาย คิดไปได้ว่า อาจจะโดนใครล้วงกระเป๋าบนรถเมล์  คิดไปได้ เปนตุเป็นตะ  ก็ทำใจเล็ก แบบทำใจไม่ได้ เพราะหนูรักของหนู ใช้กันมานานนม 

จนกระทั่ง พี่ที่ทำงานมาทักว่าทำไมดูโทรมๆจัง  ค่ะ เอาละ ได้เวลาซื้อแป้ง + รองพื้นใหม่เชยชม ก็เลยได้เจ้ารองพื้นตัวนี้มาเชยชม ในราคาถูก เพราะที่ร้านลด 22 % จากราคาเต็มเกือบ 400-500 เหลือ  200-300  บาท ขออภัยที่จำราคาไม่ได้   แต่ว่าลดเยอะแล้วเราก็เลยสอยอย่างอื่นติดมาด้วยอีกหลายไอเทม

ออกนอกทะเลไปเยอะแร้วว  กลับมาเม้าต่อ  เจ้ารองพื้นตัวนี้ แบรนด์เค้าเคลมว่าถ่ายรูปแล้วสวย อุป่ะ หลอกกันอ่ะป่ะ  แล้วปกปิดปานกลาง สำหรับคนที่ผิวหน้าดีระดับนึง 

เราก็เลยถอยสี 006 มันออกโทนเหลือง อมส้ม ยังไงไม่รู้ แต่ลองสีอื่นแล้วมันขาวกว่า ก็เลยเอาว่ะ เอาตัวนี้แหละ  ไม่มีบีเอมาเชียร์ เราเลยตัดสินใจแบบไม่แคร์สื่อ 5555555

 แต่พอลองแล้วก็พอใจ ไม่มัน ไม่คล้ำ ไม่หมอง  ทาแล้วเนียนพอใจ  จาก 10 คะแนน เอาไป 8 อ่ะ   ตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าหมดแล้วจะซื้อต่อ หรือเปล่า

แต่คิดว่าคงใช้ได้อีกนาน เพราะเราไม่ค่อยได้แต่งหน้าในช่วงนี้ ไม่ได้บิ้วอารมย์อยากสวยสักเท่าไหร่    ฮี่ๆๆๆ

credit :  http://www.makeupgeek.com/articles-reviews/review-revlon-photo-ready-foundation/