Diary


 สวัสดีวันจันทร์ ก่อนหน้านี้ ว่าจะเขียนเรื่อง ลดความอ้วน แรงบันดาลใจจาก ไดอารี่แม่ปูปาย เห็นแม่ปูปายเขียนแล้วอยากเขียนบ้าง เพราะเราเป็นคนหนึงที่ลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกาย แต่………ขอข้ามเรื่อง อ้วนๆๆผอมๆๆไปก่อน เพราะมีอะไรที่น่าสนใจ

อยากเอามาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เข้าไปอ่านเวป ……ที่มีสมาชิกเข้ามาแชร์ ประสบการณ์ การใช้ชีวิตในต่างแดน บลาๆๆๆๆๆๆ แต่เรื่องที่เราสนใจเป็นพิเศษ และนำมาเล่า นั้น มีอะไรที่ให้ข้อคิดในนั้นเยอะมาก เอาละ มาฟังกันโล้ด…………………..

นิด สาวไทยวัย 30 ปี หน้าที่การงานเป็นหลักแหล่ง ถือว่ามีหน้ามีตาในสังคม และได้ตามหารักแท้ เหมือนสาวในวัย เลข 3 ที่โดนกดดันจากคนรอบข้างว่า เมื่อไหร่จะมีคู่ บลาๆๆ นิดได้คำแนะนำจากเพื่อนที่ทำงาน ให้เข้าไปเล่นเวปหาคู่ ยอดฮิตที่มีหนุ่มฝรั่ง เข้ามาเป็นสมาชิก และหาคู่รักเช่นกัน นิดเล่นได้ไปสักระยะ

เริ่มมีหนุ่มฝรั่งนามว่า ทอม ฝรั่งสัญชาติอเมริกา มาสนใจ และนำพามาซึ่งการนัดพบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า แต่นิดไม่ได้หยุดคุยแค่ทอม ยังคงคุยกับหนุ่มคนอื่นอยู่เป็นระยะ และเริ่มสมัครเวปหาคู่เวปอื่น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับตัวเอง นิดยังคงวนเวียน อยู่ในเวปเดท

ทั้งหลาย เริ่มรู้เท่าทัน ว่าใคร คิดจริงจัง หรือเป็นแค่พวก หลอกคุยเรื่องเซ๊กซ์ เละเมื่อถึง 3 เดือนตามที่นัด ทอมได้ผิดนัด ไม่ยอมมาเจอ ทำให้นิดไม่พอใจเป็นอย่างมากและหยุดที่จะคุยด้วย นิดเองก็เลิกให้ความสนใจ และคบหาหนุ่มคนใหม่

และไม่นานทอมได้กลับเข้ามาในชีวิตนิดอีกครั้ง พร้อมทั้งบินมาเยี่ยมนิดที่บ้านต่างจังหวัดและได้เอาลูกชายวัย 2 ขวบมาด้วย และในระหว่างนั้นได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับลูกชายของ ทอม ทำให้นิดและทอมได้ดูใจ ช่วงระยะเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เพราะทอมเองไม่สามารถห่างจากลูกได้ เนื่องจากโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่พาลูกมา และทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บ นิดเองก็ดูแลเอาใจใส่ทอมและลูกชายของทอมเป็นอย่างดี

หลังจากนั้น ทอมก็ได้บินกลับอเมริกัน และบอกกับนิดว่า จะกลับมาแต่งงานด้วย พร้อมสินสอดตามธรรมเนียมไทยทุกอย่าง นิดเองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ได้บอกครอบครัวว่า ตนเองพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว และได้เริ่มจัดเตรียมข้าวของและ เอกสารต่างๆ และได้ส่งข่าวให้ทอมทราบเป็นระยะๆ และเกิดเหตุไม่คาดขวัญเมื่อทอมไม่ติดต่อกลับมา และหายเงียบไป เหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความเจ็บปวดให้กับนิดเป็นอย่างมาก นิดกลับมาเล่นเวปหาคู่อีกครั้ง

หลังจาก 5 เดือนผ่านไป ทอมได้ติดต่อมาอีกครั้ง นิดเองซึ่งยังเจ็บปวดกับการกระทำของทอมในครั้งนั้น และยังไม่สามารถให้อภัยทอมได้ นิดปฏิเสธที่จะพูดคุย เพื่อรับฟังคำแก้ตัวใดใด จากทอม ครั้งนี้ทอมให้คำมั่นสัญญาว่า จะบินมาพร้อมสินสอด

นิดเองก็ลังเลที่จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือ กับครอบครัวอีกครั้ง จนกระทั่ง วันที่ทอมมาถึงพร้อม สินสอด สร้างความตกตะลึงให้กับนิดและครอบครัวเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่กี่วัน

ครอบครัวนิดได้จัดงานแต่งงานให้กับทั้งคู่ นิดเองต้องลาออกจากงาน และได้ย้ายไปอยู่อเมริกา กับทอม …………………จบ อิอิ …………….

เหมือนทุกอย่างจะจบลงอย่างสวยงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่นิดเอามาเล่าในเวป นั้น มันมีอีกจ้า…………อ่านต่อได้เลย

เมื่อนิดมาถึงอเมริกา นิดเองเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองท้อง และอาการท้อง บวก กับการมาอยู่ในต่างบ้านต่างเมืองเป็นครั้งแรก ทำให้นิดรู้สึกเหงาและเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก จากที่เคยมีงานทำ ออกไปไหนมาไห้ได้อย่างสะดวกสบาย

กลับต้องมานั่งมองหิมะที่ตกอย่างหนัก และทอมที่เอาแต่ดูแลลูกชายวัย 2 ขวบอย่างใกล้ชิด วินาทีนี้เอง นิดคิดว่า ตัวเองโดดเดี่ยวเหลือเกิน อยากกลับบ้าน ไปหาพ่อแม่ แต่ก็สายไปเสียแล้ว ได้แต่ทำใจและยอมรับสภาพ

ในสิ่งที่ตัวเองเลือก 3 เดือนผ่านไป นิดแพ้ท้องอย่างหนัก ด้วยอารมณ์ของคนท้อง ที่ต้องการสามีเอาอกเอาใจ คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่ทอมกลับมองว่านิดทำตัวไร้สาระ นิดแค่ท้อง ไม่ได้เจ็บปวด

และสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ทำให้ทั้งคู่มีอาการมึนตึงใส่กัน และแยกห้องนอนในบางครั้ง ทำให้นิดถึงขั้นร้องไห้ และคิดว่าทอม หมดรักในตัวเธอ ทั้งๆที่เธอทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และดูแลลูกชายทอม เท่าที่จะทำได้ และแล้วนิดก็รู้ว่า ตัวเองเป็นฝ่ายเลือกทางเดินที่ผิด ซึ่งนิดคิดแค่ว่าอยากได้สามีฝรั่ง มีลูกฝรั่ง และมาหางานทำ เพื่อได้ส่งเงินมาให้ครอบครัวที่เมืองไทย แต่นิดลืมคิดไปว่า

เธอใช้ระยะเวลาในการดูใจ และเรียนรู้กับทอมน้อยเกินไป ทำให้เกิดความผิดพลาดมากมาย และต้องทน หวานอมขมกลืน เพื่อลูกในท้อง และเธอเข้าใจแล้วว่า ที่ทอมต้องการแต่งงานกับเธอ ก็เพื่อให้เธอมาช่วยแบ่งภาระในการเลี้ยงลูกชายวัย 2 ขวบ ในช่วงที่ทอมต้องออกไปทำงาน ทั้งสอง ต่างมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน โดยลืมมองไปว่า การที่สร้างครอบครัวได้ต้อง ประกอบไปด้วยความรัก ที่ทั้ง 2 มีให้กัน และการเข้าอกเข้าใจกัน ให้อภัยอีกฝ่าย

………………… ——————-*********************************——————

จากเรื่องของนิด ให้บทเรียนแก่ผู้หญิงทุกคนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าผู้ชายคนที่เราแต่งงานด้วยจะเป็น ไทย ฝรั่ง หรือ ชาติไหน ก็แล้วแต่ อย่าไปคาดหวังว่า เค้าจะดูแล หรือเข้าใจเราได้มากกว่าตัวเราเลย อย่าเอาความหวังของเราไปฝากไว้ที่ใคร เพราะเมื่อไม่ได้อย่างหวังแล้ว เราจะเป็นฝ่ายเสียใจ

อย่าคิดว่า ฝรั่งจะดีกว่า เรา เค้าก็แค่ฝรั่ง เพราะฉะนั้น ศึกษานิสัยใจคอ ของแต่ละฝ่ายให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจ ทิ้งหน้าที่การงานแล้วย้ายไปอยู่กับเค้า เพื่อให้คนรอบข้างอิจฉา ว่าได้ผัวฝรั่งแล้วจะสุขสบาย กว่าได้ผัวคนไทย หรือได้ไปอยู่เมืองนอก ดูดีไฮโซ จากเรื่องที่นิดนำมาระบาย ได้มีแม่บ้าน

ทั้งหลายเข้ามาให้กำลังใจ และมีแม่บ้านท่านหนึ่งได้เล่าว่า เคยทะเลาะกับสามีฝรั่ง และสามีได้ตะคอกกลับไปว่า เค้าได้เอาปืนไปจี้หัว แล้วบังคับให้คุณย้ายมาอยู่เมืองนอกหรือ ??? เจ็บไหมล่ะ อย่าคิดว่าไปอยู่บ้านเค้า แล้วเค้าจะปฎิบัติกับเราอย่างกับเราเป็น คนสำคัญเหมือนอย่างที่คนไทยเรา ให้ความเอาใจใส่กับฝรั่งอย่างกับ เป็นคนครอบครัว …………………………

สาวๆบางคนหน้าที่การงานดี ทุกอย่าง แต่ถูกคนรอบข้างกดดัน ทำให้เลือกคู่ชีวิต ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อย้ายไปอยู่ต่างประเทศ กลับพบว่า สามีที่คิดว่าดีจิงนั้น เป็นแค่สิ่งที่คิดไปเองเท่านั้น เมื่อชีวิตคู่ ต้องประสบปัญหาด้านการเงิน

จากเคยมีรายได้เลี้ยงตัวเองแบบพออยู่พอกินไปวันๆ กลับมีภาระเพิ่มมาอีกคน ทำให้มีปากเสียงและทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง บางรายสามีไล่ออกจากบ้านให้ไปหางานทำ หรือไล่กลับประเทศ อย่างที่เราเคยได้ยินมานักต่อนัก คิดง่ายๆว่า จะไปอยู่บ้านคนอื่น มันจะสบายเหมือนบ้านเราเหรอ ???

หรือ จาก คนที่มีรายได้ ถึงจะไม่มากมาย แต่ก็มีกินมีใช้แทบทุกเดือน ไหนจะออกไป เฮฮา ปาร์ตี้กับเพื่อนๆในวันเงินเดือนออก แต่เมือไปเป็นแม่บ้าน ไม่มีรายได้

จะเอ่ยปากของเงินสามีแต่ละครั้งก็ไม่กล้า หรือ อยากได้เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ก็ไม่กล้าขอ จะทำไงได้ ก็ต้องดิ้นรนไปหางานทำ ตัวเรา ใจเรา ถ้าเราอยู่ที่บ้านเรา เราก็สุขสบาย กายและใจมากกว่า แต่ถ้าโชคชะตา ลิขิตให้เราต้องจากบ้าน เราต้องมั่นใจว่าคนที่บอกว่ารักเรา ดูแลเราได้นั้น สามารถทำได้อย่างที่พูด ถ้าไม่ได้ก็อย่ามีสะดีกว่า

ปล เรื่องนี้เราไม่เล่าเพื่อความบันเทิง สะใจ หรือ ต้องการดูถูกใครนะค่ะ เขียนเพื่อไว้เพือใจตัวเอง และแชร์กับเพื่อนนักอ่านทุกท่าน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ขึ้นอยู่ว่าใครจะปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน หวังว่าจากเรื่องของนิด คงทำให้ใครหลายๆคนที่คิดจะมีครอบครัว ได้คิดและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ก่อนที่ฝากชีวิตไว้กับใคร ส่วนนิด เราของให้เธอปรับตัวกับสภาพแวดล้อม และสามีปรับความเข้าใจกับเธอ และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ให้อภัยกันอีกครั้ง จ้ะ

 

 

เขียนเรื่องสวยๆๆงามมา 2 วันแล้ว วันนี้จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

เขตที่เราอยู่ไม่มีน้ำเลยแม้แต่น้อย ถือว่าโชคดีมาก  แต่ต้องมาย้ายของลงมาชั้นล่าง ซึ่งเป็นงานที่น่าเบื่อมากๆๆ ต้องจัดบ้านใหม่อีก

และอีกเรื่องที่จะลืมไม่ได้เลย คือการได้ไปเป็นอาสา ช่วยงานที่ศูนย์อพยพ

 

 

ได้เจอเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก  ต่างจิตต่างใจ ต่างที่มา แต่ทุกคนมีเป้าหมายและความคิดเดียวกัน คือมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่ไม่มีที่อยู่

และที่ทำให้เราประทับใจมาก และหลงรักสาวน้อยคนนี้มากเช่นกัน รวามถึงอาสาคนอื่นๆ ก็ตกหลุมรักเธอกันถ้วนหน้า 

สาวน้อยคนนี้ชื่อว่า น้องพรู  คุณแม่เธอบอกว่าไม่ทราบเหมือนกันว่า ชื่อนี้มีความหมายว่าอย่างไร

  ในช่วงแรกเลย เราเองก็ยังเรียกชื่อเธออไม่ถูกนัก เรียกแค่ว่าน้องพลู  555

และสาวน้อยก็เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย จากน้ำท่วม บ้านเธออยู่ที่พุทธมณฑล  ซึ่งน้ำยังท่วมอยู่เป็นจำนวนมาก และเธอมีพี่ชายที่น่ารักไม่แพ้กัน 2 คน

เราจะคอยช่วยดูแลเธอในช่วงที่คุณแม่เธอต้องดูแลพี่ชายทานข้าว หรือจัดการธุระเล็กน้อย  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก

เธอน่ารักไม่ งองแง ใครจะอุ้ม จะกอด จะฟัด จะเหวี่ยงก็ได้  น่ารักสุดเลยๆๆ และเธอคือ คนที่ทำให้เราอยากไปที่ศูนย์อพยพทุกวัน

 

เพื่อจะได้เจอเธอ และเล่นกับเธอ

เมื่อวานนี้ เป็นวันที่ศุนย์อพยพ ต้องปิดลงเนื่องจากทาง กกท ต้องใช้พื้นที่ในการจัดเตรียมการแข่งขันกีฬา  เราเศร้ามาก และเราก็ไม่ได้ไปที่ศูนย์ เพราะผู้ประสบภัยทั้งหมดต้องย้ายไปที่ศูนย์ใหม่

ตั้งแม่เมื่อวันอังคารที่ 29 บ่ายๆๆ  ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็น  เราโชคดีที่ตัดสินใจไปเมื่อวันจันทร์ 28 เพราะตั้งใจจะเอาของเล่นที่ซื้อ ไปให้น้องพรู 

 

และโชคดีที่ได้เจอ เพราะเราไปรอนานมากกว่าน้องกับคุณแม่จะเข้ามาที่โรงอาหาร  ตอนแรกก็จะฝากของเล่นให้กับป้าเล็กช่วยฝากให้น้อง

โชคดีจริงๆๆได้เจอ ได้บอกลากัน เป็นครั้งสุดท้าย   คิดถึงแม่หนูพรูจัง

เมื่อวานนั่งรถผ่าน กกท ก็อดจะหันไปมองไม่ได้ เพราะเราชินกับที่ทุกๆวัน เลิกงานแล้ว ต้องแวะไปช่วยงานเล็กๆๆน้อยแล้วก็กลับบ้าน

ตั้งแต่วันนี้ เราคงเหงา  อ่ะ……………

 เมื่อวานนี้ กลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะเพลียมาก กินอะไรก็อยากอาเจียน แล้วปวดท้องอ่ะ นั่งรถไปถึงมีนบุรี ตกใจน้ำเยอะมาก สูงเลยเข่า

 ทุกคนต้องใส่รองเท้าบู๊ตเพื่อลุยน้ำ ระหว่างทางเราก็มองหารองเท้าที่ไว้ใส่ลุยน้ำ แต่ละที่ ราคาก็ต่างกัน จนน่าตกใจ จะแพงไปไหน กลับมาถึงหน้าหมู่บ้าน ก็เดินหาของกิน ซื้อข้าวต้มปลามากิน มองไปรอบ แปลกใจว่าทำไมปีนี้ไม่มีใครเอากระทงมาขาย

 เพราะเมื่อปีก่อนเราไปลอยกระทง ที่หมู่บ้านข้างๆๆ ก็สนุกดี คนไม่เยอะมาก มาปีนี้ เหงาๆ เพราะไม่สบายหรือเปล่า

หรือเพราะปีนี้อยู่คนเดียว เราลอยกระทงคนเดียวมา 4 ปีแล้วนะ เหงาอะ กินข้าว อาบน้ำ และมานอน ตอน ทุ่มกว่าๆ นอนไม่หลับ อ่ะ ได้ยินเสียง พลุดังตลอด

พยายามจะนอน ก็นอนไม่หลับ อยากออกไปดูชาวบ้านเค้าลอยกระทง เหงาอ่ะ


ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมค่อยๆ มาตามท่อ เราคิดว่ายังไงบ้านเราคงไม่รอดแน่นอน แต่จะช้าหรือเร็วก็แค่นั้น มันเหมือนการทำลายล้างในแต่ละจุด ค่อยๆแทรกซึมไปในแต่ละพื้นที่ ตอนนี้ไม่ว่าจะกั้นนน้ำยังไงก็ไม่สามารถป้องกันได้ มันเหมือนยิ่งกั้นน้ำยิ่งเน่าและมีความสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆๆ ในบางพื้อนที่น้ำก็เริ่มลดแล้ว ในส่วนของบ้านน้าสาวที่ปากเกร็ดก็แห้งแล้ว แต่ก็จะต้องเฝ้าระวังมวลน้ำที่จะมาในอีก 3-4 วันนี้ ที่มาจากเหนือ

เราเองก็ใช้ชีวิตปกติ ของทุกอย่างก็เตรียมไว้หมดแล้ว อาหารหรือน้ำดื่มก็พร้อมแล้ว หลังเลิกงานก็ไปช่วยงานที่ศูนย์อพยพ เหมือนเดิม ได้เพื่อนใหม่ ได้เจอปัญหา ก็สนุกไปอีกแบบ สิ่งที่เราต้องเตรียม ก็คือรองเท้าบู๊ตเพื่อลุยน้ำ ต้องเตรียมเสื้อผ้าเป็น 2 ส่วนไว้สำหรับย้ายในกรณี น้ำท่วม และใว้ใส่ไปทำงานในวันปกติ

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก เราสนุกกับการซักผ้า ตากผ้า หรือทำความสะอาดบ้านเล็กๆๆน้อย หรือไม่ก็ทำคุ๊กกี้ คุยกับเพื่อนที่น้ำท่วม หรืออกไปเล่นกับหมาข้างบ้าน ตอนนี้ก็รอรัฐบาลประกาศหยุดงาน เฮ้อ

เมื่อวานได้ป้าที่อยู่ เขตลาดพร้าวโทรมาถาม ว่าน้ำท่วมที่บ้านหรือยัง เราก็ยังแห้งปละปลอดภัย แต่ในส่วนของบ้านป้า เราคิดว่าไม่น่าเกิน ศุกร์นี้คงท่วมอ่ะ ตอนนี่ที่ทำงาน เพื่อนพนักงานก็โดนน้ำท่วมกันหลายคนบางคนก็มาทำงานได้ บางคนก็มาทำงานไม่ได้ มาสายบ้างอะไรบ้างก็ถือ ว่าหยวนๆๆกันไป
ปล ใครว่างก็ไปเป็นจิตอาสาที่ มหาลัยรามคำแหงกันนะค่ะ

 

 

 

ดวงของเดือนนี้น่าสนใจ

ราศีกันย์
(15 ก.ย. – 14 ต.ค.)
ราศีกันย์

คนโสด คนม่ายจะมีเรื่องเข้าใจผิด ทำให้ขัดใจกับคนต่าง-เพศที่เป็นคนใกล้ชิดหรือมีอุปสรรคขัดข้องทำให้การติดต่อไปมาหาสู่กันยาก จะมีเพื่อนพาเพื่อนใหม่ที่ถูกตาถูกใจมาให้ได้รู้จัก และสืบสานความสัมพันธ์กันต่อไป

ท่านที่มีคู่ครองแล้วจะมีการระหองระแหงกันด้วยเรื่องชู้สาว เงินหรือญาติพี่น้องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ปลายเดือนจะปลอดโปร่งโล่งอารมณ์ คู่รักคู่ครองช่วยเหลือการงานดีนัก
ท่านที่ยังไม่มีคู่แน่นอน ระวังปัญหาเรื่องการนัดหมายซ้ำ-ซ้อนหรือมีเหตุให้ต้องทิ้งนัดกับใครบางคนโดยกะทันหัน จะผิดใจกันเพราะผิดนัด

หลายท่านจะมีโอกาสได้พบรักกับครูอาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่กว่าจะเข้าใจกันได้ก็ใช้เวลาอีกนาน
ท่านจะเกี่ยวข้องกับคนหลายคน หลายระดับมากหน้าหลายคน หรือได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะ คนจะรู้จักท่านมากขึ้นเพราะงานของท่าน

ท่านมีโชค โดยมากเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามหรือเฉลียวฉลาด ถ้าได้สัตว์เลี้ยงในระยะนี้ หากเลี้ยงไว้ด้วยดี ด้วยใจเมตตา อย่ากักขัง กักกันหรือล่ามโซ่จะให้คุณแก่เจ้าของ ไม่เช่นนั้น โชคจะปรากฏในรูปเงินทอง ทองรูปพรรณต่างๆ ส่วนเคราะห์ให้ระวังการเสียเงิน เพราะความผิดพลาดเลินเล่อของท่านเอง
ท่านไม่มีโชคจากการเสี่ยงหรือการพนัน
เพื่อนที่ท่านไว้ใจ จะทำให้ท่านเจ็บใจ เป็นไปได้ว่าท่านอาจถูกคนใกล้ชิดหลอกลวงในเรื่องเงินทองหรือเรื่องความรักใคร่

Water flood – Volunteer

ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นนอกเหนือจกาการบริจาคสิ่งของให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม คือ อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยจัดการ จัดสรร ของบริจาคให้ส่งไปยังผู้ประสบภัยในเวลาที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเป็นคนหนึ่งที่ตัดสินใจ ไปช่วยงานในส่วนนี้ ศูนย์ที่เราไปคือ ศูนย์พักพิงราชมังคลา ที่ใกล้สนามกีฬา หัวหมาก เป็นที่ซึ่งคนมาพักประมาณ 1000 กว่าคน ซึ่งในแต่ละวันที่ศูนย์ต้องเตรียมอาหารไปส่งให้กับ ผู้ประสบภัยที่ออกจากบ้านไม่ได้

สิ่งที่เราพอจะทำได้คือ ทำงานเล็กๆน้อยๆ ในครัว ทำอาหาร ตักข้าว หรือไม่ก็ช่วยลำเลียงอาหาร จัดเตรียมอาหาร ฯลฯ

สิ่งหนึ่งที่เราเห็นและประทับใจ คือคนไทย ทุกคนมาช่วยงานด้วยใจ ไม่มีค่าจ้าง ค่าตอบแทน ทุกคนที่มาพร้อมที่จะช่วยงานทุกอย่างเท่าที่กำลัง ตัวเองจะช่วยได้ ทั้งวันรุ่นที่มาช่วยขนขยะ มาล้างจาน หรือคนวัยทำงาน อย่างเราที่หลังเลิกงานก็มาช่วยงานเล็กๆๆน้อยๆ เท่าที่ทำได้

ดีใจที่เราเกิดเป็นคนไทย น้ำท่วม แต่คนไทยไม่ทิ้งกัน..

 

 

 

สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

เมื่อคุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟัง

และคุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้ว ก็คงต้อง “ปล่อยมันไป”

 

ในโลกนี้ มีเรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถให้เวลากับมัน หรือไม่สามารถทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

แต่แล้วเราก็ต้องปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นผ่านไป เพราะหากเรามัว แต่จะ“นับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา” เวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่
(มีความหมายว่า จะพยายามทำให้คนทั้งโลกรู้สึกพอใจตัวเองในทุกเรื่อง)

ดังนั้น ทำอะไรก็ตาม ควรทำเท่าที่เราทำได้ เมื่อทำอย่างดีที่สุดแล้ว

คนเขาไม่เห็นว่าดีก็ต้อง “ปล่อยมันไป”

พ่อมาถึงกรุงเทพ กับพี่สาวตอนเย็นวันอาทิตย์ เราก็รอ และก็เตรียมพร้อมไปกินข้าวด้วยกันตอนเย็น พ่อซื้อซาลาเปามาฝาก เยอะเลย อร่อยๆๆๆ เราเลยเอาเก็บในช่องแช่แข็งไว้ก่อน ของดีหากินยาก ฮี่ๆๆๆ

วันนี้พาพ่อไปกินปลา เผา อีกแล้ว เพื่อจะไม่ให้เป็นการน้อยหน้า ที่ครั้งก่อนพาแม่ไปกิน โดยที่พ่อต้องทำตามที่แม่คเยทำ คือเป็นคนจ่าย อาหารในมื้อนั้น 5555555555

อาหารวันนี้อร่อยถูกปาก เหมือนเช่นเคย เพราะก่อนไปเรากิน ซาลาเปาไส้หมูไป 2 ใบ แต่กินปลาเผาได้นิดหน่อย อิอิ

 

หลังจากอิ่ม เราก็เสนอไปเดินซื้อของที่ big C ก่อนกลับ เราไปซื้ออุปกรณ์ทำคุ๊กกี้ ได้แต่คอนเฟลค ส่วนตัวตักไอศกรีม หาไม่เจอ ที่เจอก็ราคาแพง เชียว

กลับมาถึงบ้านก็เริ่มทำคุ๊กกี้ ง่ายและอร่อย เพราะใส่น้ำตาลน้อย ไม่อ้วนๆๆๆ

เช้า วันจันทร์ พ่อปลุกเรากับพี่สาวให้ไปขนของ ก็คือ ขนของขากชั้นล่างขึ้นมาเก็บไว้ที่ชั้นบน ในห้องนอนเล็กแล้วก็ห้องนอนใหญ๋ เหนื่อยมาก สงสารพ่ออ่ะ ต้องมาช่วยยกของ

 

หลังจากย้าย ทุกอย่างขึ้นมาชั้นบน เราต้องจัดของให้เปนระเบียบ พอจัดไปสักพัก เราเริ่มมีความรู้สึกว่าไม่อยากย้ายของลงไปชั้นล่างแล้ว เพราะทุกอย่างมันเป็นระเบียบมากขึ้น

แต่ หนังสือที่เราขนขึ้นชั้นบน มันเยอะมาก จนเรากลัวว่ามันจะถล่มอ่ะป่ะ อ่ะดิ

 

เมื่อ วานเหนื่อยมากกกกกก แต่เรายังต้อง พวกตู้เย็น เครื่องซักผ้า ให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ ก่อนที่น้ำจะท่วม และก็เตรียมแพค กระเป๋าในกรณีที่ต้องอพยพ ถ้าไม่สามารถอยู่ในบ้านได้

ยังมีอะไรหลายอย่างที่เราต้องทำ เฮ้อ ไม่อยากให้น้ำท่วมเลย สงสารคนที่โดนน้ำท่วมจัง

Next Page »