February 2013


 สวัสดีวันจันทร์ ก่อนหน้านี้ ว่าจะเขียนเรื่อง ลดความอ้วน แรงบันดาลใจจาก ไดอารี่แม่ปูปาย เห็นแม่ปูปายเขียนแล้วอยากเขียนบ้าง เพราะเราเป็นคนหนึงที่ลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกาย แต่………ขอข้ามเรื่อง อ้วนๆๆผอมๆๆไปก่อน เพราะมีอะไรที่น่าสนใจ

อยากเอามาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เข้าไปอ่านเวป ……ที่มีสมาชิกเข้ามาแชร์ ประสบการณ์ การใช้ชีวิตในต่างแดน บลาๆๆๆๆๆๆ แต่เรื่องที่เราสนใจเป็นพิเศษ และนำมาเล่า นั้น มีอะไรที่ให้ข้อคิดในนั้นเยอะมาก เอาละ มาฟังกันโล้ด…………………..

นิด สาวไทยวัย 30 ปี หน้าที่การงานเป็นหลักแหล่ง ถือว่ามีหน้ามีตาในสังคม และได้ตามหารักแท้ เหมือนสาวในวัย เลข 3 ที่โดนกดดันจากคนรอบข้างว่า เมื่อไหร่จะมีคู่ บลาๆๆ นิดได้คำแนะนำจากเพื่อนที่ทำงาน ให้เข้าไปเล่นเวปหาคู่ ยอดฮิตที่มีหนุ่มฝรั่ง เข้ามาเป็นสมาชิก และหาคู่รักเช่นกัน นิดเล่นได้ไปสักระยะ

เริ่มมีหนุ่มฝรั่งนามว่า ทอม ฝรั่งสัญชาติอเมริกา มาสนใจ และนำพามาซึ่งการนัดพบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า แต่นิดไม่ได้หยุดคุยแค่ทอม ยังคงคุยกับหนุ่มคนอื่นอยู่เป็นระยะ และเริ่มสมัครเวปหาคู่เวปอื่น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับตัวเอง นิดยังคงวนเวียน อยู่ในเวปเดท

ทั้งหลาย เริ่มรู้เท่าทัน ว่าใคร คิดจริงจัง หรือเป็นแค่พวก หลอกคุยเรื่องเซ๊กซ์ เละเมื่อถึง 3 เดือนตามที่นัด ทอมได้ผิดนัด ไม่ยอมมาเจอ ทำให้นิดไม่พอใจเป็นอย่างมากและหยุดที่จะคุยด้วย นิดเองก็เลิกให้ความสนใจ และคบหาหนุ่มคนใหม่

และไม่นานทอมได้กลับเข้ามาในชีวิตนิดอีกครั้ง พร้อมทั้งบินมาเยี่ยมนิดที่บ้านต่างจังหวัดและได้เอาลูกชายวัย 2 ขวบมาด้วย และในระหว่างนั้นได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับลูกชายของ ทอม ทำให้นิดและทอมได้ดูใจ ช่วงระยะเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เพราะทอมเองไม่สามารถห่างจากลูกได้ เนื่องจากโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่พาลูกมา และทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บ นิดเองก็ดูแลเอาใจใส่ทอมและลูกชายของทอมเป็นอย่างดี

หลังจากนั้น ทอมก็ได้บินกลับอเมริกัน และบอกกับนิดว่า จะกลับมาแต่งงานด้วย พร้อมสินสอดตามธรรมเนียมไทยทุกอย่าง นิดเองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ได้บอกครอบครัวว่า ตนเองพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว และได้เริ่มจัดเตรียมข้าวของและ เอกสารต่างๆ และได้ส่งข่าวให้ทอมทราบเป็นระยะๆ และเกิดเหตุไม่คาดขวัญเมื่อทอมไม่ติดต่อกลับมา และหายเงียบไป เหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความเจ็บปวดให้กับนิดเป็นอย่างมาก นิดกลับมาเล่นเวปหาคู่อีกครั้ง

หลังจาก 5 เดือนผ่านไป ทอมได้ติดต่อมาอีกครั้ง นิดเองซึ่งยังเจ็บปวดกับการกระทำของทอมในครั้งนั้น และยังไม่สามารถให้อภัยทอมได้ นิดปฏิเสธที่จะพูดคุย เพื่อรับฟังคำแก้ตัวใดใด จากทอม ครั้งนี้ทอมให้คำมั่นสัญญาว่า จะบินมาพร้อมสินสอด

นิดเองก็ลังเลที่จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือ กับครอบครัวอีกครั้ง จนกระทั่ง วันที่ทอมมาถึงพร้อม สินสอด สร้างความตกตะลึงให้กับนิดและครอบครัวเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่กี่วัน

ครอบครัวนิดได้จัดงานแต่งงานให้กับทั้งคู่ นิดเองต้องลาออกจากงาน และได้ย้ายไปอยู่อเมริกา กับทอม …………………จบ อิอิ …………….

เหมือนทุกอย่างจะจบลงอย่างสวยงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่นิดเอามาเล่าในเวป นั้น มันมีอีกจ้า…………อ่านต่อได้เลย

เมื่อนิดมาถึงอเมริกา นิดเองเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองท้อง และอาการท้อง บวก กับการมาอยู่ในต่างบ้านต่างเมืองเป็นครั้งแรก ทำให้นิดรู้สึกเหงาและเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก จากที่เคยมีงานทำ ออกไปไหนมาไห้ได้อย่างสะดวกสบาย

กลับต้องมานั่งมองหิมะที่ตกอย่างหนัก และทอมที่เอาแต่ดูแลลูกชายวัย 2 ขวบอย่างใกล้ชิด วินาทีนี้เอง นิดคิดว่า ตัวเองโดดเดี่ยวเหลือเกิน อยากกลับบ้าน ไปหาพ่อแม่ แต่ก็สายไปเสียแล้ว ได้แต่ทำใจและยอมรับสภาพ

ในสิ่งที่ตัวเองเลือก 3 เดือนผ่านไป นิดแพ้ท้องอย่างหนัก ด้วยอารมณ์ของคนท้อง ที่ต้องการสามีเอาอกเอาใจ คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่ทอมกลับมองว่านิดทำตัวไร้สาระ นิดแค่ท้อง ไม่ได้เจ็บปวด

และสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ทำให้ทั้งคู่มีอาการมึนตึงใส่กัน และแยกห้องนอนในบางครั้ง ทำให้นิดถึงขั้นร้องไห้ และคิดว่าทอม หมดรักในตัวเธอ ทั้งๆที่เธอทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และดูแลลูกชายทอม เท่าที่จะทำได้ และแล้วนิดก็รู้ว่า ตัวเองเป็นฝ่ายเลือกทางเดินที่ผิด ซึ่งนิดคิดแค่ว่าอยากได้สามีฝรั่ง มีลูกฝรั่ง และมาหางานทำ เพื่อได้ส่งเงินมาให้ครอบครัวที่เมืองไทย แต่นิดลืมคิดไปว่า

เธอใช้ระยะเวลาในการดูใจ และเรียนรู้กับทอมน้อยเกินไป ทำให้เกิดความผิดพลาดมากมาย และต้องทน หวานอมขมกลืน เพื่อลูกในท้อง และเธอเข้าใจแล้วว่า ที่ทอมต้องการแต่งงานกับเธอ ก็เพื่อให้เธอมาช่วยแบ่งภาระในการเลี้ยงลูกชายวัย 2 ขวบ ในช่วงที่ทอมต้องออกไปทำงาน ทั้งสอง ต่างมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน โดยลืมมองไปว่า การที่สร้างครอบครัวได้ต้อง ประกอบไปด้วยความรัก ที่ทั้ง 2 มีให้กัน และการเข้าอกเข้าใจกัน ให้อภัยอีกฝ่าย

………………… ——————-*********************************——————

จากเรื่องของนิด ให้บทเรียนแก่ผู้หญิงทุกคนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าผู้ชายคนที่เราแต่งงานด้วยจะเป็น ไทย ฝรั่ง หรือ ชาติไหน ก็แล้วแต่ อย่าไปคาดหวังว่า เค้าจะดูแล หรือเข้าใจเราได้มากกว่าตัวเราเลย อย่าเอาความหวังของเราไปฝากไว้ที่ใคร เพราะเมื่อไม่ได้อย่างหวังแล้ว เราจะเป็นฝ่ายเสียใจ

อย่าคิดว่า ฝรั่งจะดีกว่า เรา เค้าก็แค่ฝรั่ง เพราะฉะนั้น ศึกษานิสัยใจคอ ของแต่ละฝ่ายให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจ ทิ้งหน้าที่การงานแล้วย้ายไปอยู่กับเค้า เพื่อให้คนรอบข้างอิจฉา ว่าได้ผัวฝรั่งแล้วจะสุขสบาย กว่าได้ผัวคนไทย หรือได้ไปอยู่เมืองนอก ดูดีไฮโซ จากเรื่องที่นิดนำมาระบาย ได้มีแม่บ้าน

ทั้งหลายเข้ามาให้กำลังใจ และมีแม่บ้านท่านหนึ่งได้เล่าว่า เคยทะเลาะกับสามีฝรั่ง และสามีได้ตะคอกกลับไปว่า เค้าได้เอาปืนไปจี้หัว แล้วบังคับให้คุณย้ายมาอยู่เมืองนอกหรือ ??? เจ็บไหมล่ะ อย่าคิดว่าไปอยู่บ้านเค้า แล้วเค้าจะปฎิบัติกับเราอย่างกับเราเป็น คนสำคัญเหมือนอย่างที่คนไทยเรา ให้ความเอาใจใส่กับฝรั่งอย่างกับ เป็นคนครอบครัว …………………………

สาวๆบางคนหน้าที่การงานดี ทุกอย่าง แต่ถูกคนรอบข้างกดดัน ทำให้เลือกคู่ชีวิต ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อย้ายไปอยู่ต่างประเทศ กลับพบว่า สามีที่คิดว่าดีจิงนั้น เป็นแค่สิ่งที่คิดไปเองเท่านั้น เมื่อชีวิตคู่ ต้องประสบปัญหาด้านการเงิน

จากเคยมีรายได้เลี้ยงตัวเองแบบพออยู่พอกินไปวันๆ กลับมีภาระเพิ่มมาอีกคน ทำให้มีปากเสียงและทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง บางรายสามีไล่ออกจากบ้านให้ไปหางานทำ หรือไล่กลับประเทศ อย่างที่เราเคยได้ยินมานักต่อนัก คิดง่ายๆว่า จะไปอยู่บ้านคนอื่น มันจะสบายเหมือนบ้านเราเหรอ ???

หรือ จาก คนที่มีรายได้ ถึงจะไม่มากมาย แต่ก็มีกินมีใช้แทบทุกเดือน ไหนจะออกไป เฮฮา ปาร์ตี้กับเพื่อนๆในวันเงินเดือนออก แต่เมือไปเป็นแม่บ้าน ไม่มีรายได้

จะเอ่ยปากของเงินสามีแต่ละครั้งก็ไม่กล้า หรือ อยากได้เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ก็ไม่กล้าขอ จะทำไงได้ ก็ต้องดิ้นรนไปหางานทำ ตัวเรา ใจเรา ถ้าเราอยู่ที่บ้านเรา เราก็สุขสบาย กายและใจมากกว่า แต่ถ้าโชคชะตา ลิขิตให้เราต้องจากบ้าน เราต้องมั่นใจว่าคนที่บอกว่ารักเรา ดูแลเราได้นั้น สามารถทำได้อย่างที่พูด ถ้าไม่ได้ก็อย่ามีสะดีกว่า

ปล เรื่องนี้เราไม่เล่าเพื่อความบันเทิง สะใจ หรือ ต้องการดูถูกใครนะค่ะ เขียนเพื่อไว้เพือใจตัวเอง และแชร์กับเพื่อนนักอ่านทุกท่าน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ขึ้นอยู่ว่าใครจะปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน หวังว่าจากเรื่องของนิด คงทำให้ใครหลายๆคนที่คิดจะมีครอบครัว ได้คิดและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ก่อนที่ฝากชีวิตไว้กับใคร ส่วนนิด เราของให้เธอปรับตัวกับสภาพแวดล้อม และสามีปรับความเข้าใจกับเธอ และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ให้อภัยกันอีกครั้ง จ้ะ

สวัสดีจ้า  ถ้าถามว่าเค้กแบบไหนที่เราชอบที่สุด เราขอบอกได้แบบไม่ถนอมเสียงว่า ฟรุ้ทเค้ก โดยส่วนตัวชอบกินอะไรที่หลากหลาย เมือกินแล้วนอกจาก จะได้กินเนื้อเค้กแล้ว เราน่าจะได้กินอะไรที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเค้ก อีกสักหน่อย ก็ถือว่ากำไร ในการจ่ายเงินใช่ป่ะล่ะ ???

ฟรุ้ทเค้กที่เรานิยมชมชอบ มาก เรียกว่ามากที่สุดก็คงจะเป็น ฟรุ้ทเค้กจากโรงแรม โนโวเทล ที่ซื้อกินติดต่อมายาวนาน  เพราะหาสูตรเค้กฟรุ้ทเค้กที่อร่อยมาแทนที่ ไม่ได้นะเอง

และ ….แล้ว หลังจากลองผิดลองถูก จากสูตรต่างๆในเวป ที่บรรดาแม่ครัวพ่อครัวใจดีเอามาแจกให้ลองทำกัน เราก้อ ยังไม่ได้สูตรที่ถูกใจ 

แต่……………..

วันนี้เราได้เจอสูตรที่ใช่ และใกล้เคียงกับเค้กของโนโวเทลแล้ว ว่ะค่ะ อิอิ 

….เค้าบอกว่า ฟรุ้ทเค้กเก็บได้นานมากๆๆ ยิ่งนานยิ่งอร่อย แค่ห่อฟอด์ยและใช้หนังสือพิมพ์ห่ออีกครั้ง จากนั้นเอาไปแช่ตู้เย็น เมื่อหิวก้อเอามาชิม ได้เรื่อย ๆๆๆ

เอาละพล่ามมาเยอะ  มาดูวิธีทำกันโล้ด  ขอให้เครดิต คุณเกดและ น้องบัว ที่ดัดแปลงจาก สูตร อ.ปริศนา    อีกเช่นเคยจ้า เจ้าของสูตรอร่อย

x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/

ผลไม้แห้ง

1. ผลไม้แห้ง 500 กรัม  (เราเลือกใช้กล้วยตากอบน้ำผึ้ง เป็นส่วนผสมด้วยค่ะ  นอกนั้นก็เป็น ลูกเกดเหลือง-ดำ  /อินทผาลัม/เชอรี่เขียว-แดง / สัปปะรสอบแห้ง / กีวี /มะเขือเทศ ฯลฯ คือชั่งรวมกันได้ 500 กรัม)

 2. เหล้ารัม 120 มล.   /  ถ้าไม่มีแนะนำเป็นเหล้าที่มีขายทั่วไปค่ะ

3. ไวน์ขาวไม่หวาน 120 มล. 

4. เมเปิ้ลไซรัป 2 ช้อนโต๊ะ    / หาซื้อได้ที่ฟู้ดแลนด์ ค่ะ  หรือใช้น้ำผึ้งแทนก็ได้ค่า

5. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ

 x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/

เนื้อเค้ก
 
1. แป้งแนกประสงค์ 175 กรัม
2. ผงฟู 1 ช้อนชา
3. ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา     / เราไม่ใช้ค่ะเพราะกลิ่นจะไปกลบ กลิ่นหอมของเหล้าที่หมักผลไม้
4. ผงจันทน์เทศ 1/4 ช้อนชา  / เราไม่ใช้ค่ะเพราะกลิ่นจะไปกลบ กลิ่นหอมของเหล้าที่หมักผลไม้
5. เนยสด 100 กรัม (รสจืด ทิ้งไว้ให้นิ่ม)
6. น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
7. ไข่ไก่ เบอร์ 1    2 ฟอง

x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/

วิธีการทำ / ขออนุญาตลอกวิธีการทำจากคุณเกดค่ะ

1. หั่นผลไม้แห้งเป็นชิ้นเล็ก ผสมรวมกันในชาม ใส่ไวน์ เหล้ารัม วานิลลา เมเปิ้ลไซรัป คนให้เข้ากัน ปิดฝาใส่ตู้เย็น หมักไว้ 24 ชั่วโมง นำออกมาคนบ้าง สัก 2-3 ครั้ง 
 หน้าตาผลไม้ที่หมักค่า   ลัดขั้นตอน ภาพดูมัว หน่อยค่า คนถ่ายเมา 55555555
DSC04655

2. เริ่มเตรียมอุปกรณ์  ดูจากภาพเลยจ้า เปิดเตาอบที่ 150 องศาเซลเซียส เราใช้ไฟล่างค่า (ถ้าเปิดแบบพัดลมให้ตั้งที่ อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียส) ตั้งน้ำร้อน 1 ถาดไว้ที่พื้นเตาอบ ตรงนี้อย่าลืมนะคะ เพราะว่าเค้กที่ได้เนื้อจะนุ่มและชุ่ม ไม่แห้งค่ะ

DSC04659
3. เราใช้พิม์แบบฟอด์ย ซึ่งเก็บได้ง่ายและนำไปแจกจ่ายได้สะดวกค่า 

DSC04660
4. ร่อนแป้ง ผงฟู  เข้าด้วยกัน แล้วพักไว้
 
5. ตีเนยให้อ่อนตัว จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ตีให้จนเป็นสีอ่อนดูฟูเบา ใช้สปีดกลาง ประมาณเบอร์ 4 ตีด้วยหัวตีใบไม้ค่ะ หรือ หัวตะกร้อ ในกรณีที่บ้านใครใช้เครื่องตีตัวเล็ก  ตีไปด้วยก็หยุดปาดอ่าง เพื่อให้เนยฟูเบา ตีประมาณ 5 -6 นาที สีของน้ำตาลจะอ่อนลง
 
6. จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสปีดต่ำ ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ให้เครื่องผสมให้เข้ากันดีจึงใส่อีกฟองลงไป ตรงนี้ไม่ควรตีนานเกินนะคะ ถ้าส่วนผสมไม่เข้ากันอาจเปลี่ยนไปตีที่สปีดสูงเพื่อให้เข้ากันค่ะ
 

DSC04661
7. จากนั้นจึงค่อย ๆ ทยอยใส่แป้ง โดยคนให้เข้ากันด้วยตะกร้อ หรืออาจะใช้เครื่องตีก็ได้ค่ะ      ใช้สปีดแค่เบอร์ 1 พอค่ะ แค่พอให้แป้งผสมเข้ากันเท่านั้น ดูเละมาก

DSC04662
 
8. จากนั้นจึงใส่ผลไม้แห้งพร้อมเหล้าหมักทั้งหมดลงไป คนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้

DSC04664

9.  ตัดใส่ฟอด์ย ประมาณ 3/4 ค่ะ

DSC04665

10 อบนานประมาณ 45 นาที หรือ  1 ชั่วโมง  หรือจนสุก เมื่อเอาไว้จิ้มแล้วไม่มีเศษเค้กติดออกมาก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ จากนั้นนำออกจากเตาอบ ทิ้งให้เย็นลงในพิมพ์ประมาณ 20 นาที แล้วนำมาแต่งหน้าด้วยผลไม้เชื่อม

DSC04666

11  อบเสร็จเป็นแบบนี้ค่า

DSC04668

DSC04669

12. เอาแยมส้มมาผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วเข้าไมโครเวฟ เอามาทาหน้าขนมเพื่อให้ดูน่าทานมากขึ้นค่า

 DSC04676

ปล  ถ่ายภาพไม่สวย ขออภัยด้วยจ้า   สงสัยถามได้ ตอนนี้เราทำบ่อยมากๆ ทำแจกมั้ง ขายมั้ง ก้อว่ากันไป  

เจอกันค่ะ มีสูตรอร่อยๆๆรออีกเพียบ ไว้เอามาแชร์ใหม่จ้ะ