สวัสดีวันจันทร์ ก่อนหน้านี้ ว่าจะเขียนเรื่อง ลดความอ้วน แรงบันดาลใจจาก ไดอารี่แม่ปูปาย เห็นแม่ปูปายเขียนแล้วอยากเขียนบ้าง เพราะเราเป็นคนหนึงที่ลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกาย แต่………ขอข้ามเรื่อง อ้วนๆๆผอมๆๆไปก่อน เพราะมีอะไรที่น่าสนใจ

อยากเอามาเล่าให้ฟัง หลังจากที่เข้าไปอ่านเวป ……ที่มีสมาชิกเข้ามาแชร์ ประสบการณ์ การใช้ชีวิตในต่างแดน บลาๆๆๆๆๆๆ แต่เรื่องที่เราสนใจเป็นพิเศษ และนำมาเล่า นั้น มีอะไรที่ให้ข้อคิดในนั้นเยอะมาก เอาละ มาฟังกันโล้ด…………………..

นิด สาวไทยวัย 30 ปี หน้าที่การงานเป็นหลักแหล่ง ถือว่ามีหน้ามีตาในสังคม และได้ตามหารักแท้ เหมือนสาวในวัย เลข 3 ที่โดนกดดันจากคนรอบข้างว่า เมื่อไหร่จะมีคู่ บลาๆๆ นิดได้คำแนะนำจากเพื่อนที่ทำงาน ให้เข้าไปเล่นเวปหาคู่ ยอดฮิตที่มีหนุ่มฝรั่ง เข้ามาเป็นสมาชิก และหาคู่รักเช่นกัน นิดเล่นได้ไปสักระยะ

เริ่มมีหนุ่มฝรั่งนามว่า ทอม ฝรั่งสัญชาติอเมริกา มาสนใจ และนำพามาซึ่งการนัดพบ ในอีก 3 เดือนข้างหน้า แต่นิดไม่ได้หยุดคุยแค่ทอม ยังคงคุยกับหนุ่มคนอื่นอยู่เป็นระยะ และเริ่มสมัครเวปหาคู่เวปอื่น เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับตัวเอง นิดยังคงวนเวียน อยู่ในเวปเดท

ทั้งหลาย เริ่มรู้เท่าทัน ว่าใคร คิดจริงจัง หรือเป็นแค่พวก หลอกคุยเรื่องเซ๊กซ์ เละเมื่อถึง 3 เดือนตามที่นัด ทอมได้ผิดนัด ไม่ยอมมาเจอ ทำให้นิดไม่พอใจเป็นอย่างมากและหยุดที่จะคุยด้วย นิดเองก็เลิกให้ความสนใจ และคบหาหนุ่มคนใหม่

และไม่นานทอมได้กลับเข้ามาในชีวิตนิดอีกครั้ง พร้อมทั้งบินมาเยี่ยมนิดที่บ้านต่างจังหวัดและได้เอาลูกชายวัย 2 ขวบมาด้วย และในระหว่างนั้นได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับลูกชายของ ทอม ทำให้นิดและทอมได้ดูใจ ช่วงระยะเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เพราะทอมเองไม่สามารถห่างจากลูกได้ เนื่องจากโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่พาลูกมา และทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บ นิดเองก็ดูแลเอาใจใส่ทอมและลูกชายของทอมเป็นอย่างดี

หลังจากนั้น ทอมก็ได้บินกลับอเมริกัน และบอกกับนิดว่า จะกลับมาแต่งงานด้วย พร้อมสินสอดตามธรรมเนียมไทยทุกอย่าง นิดเองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ได้บอกครอบครัวว่า ตนเองพร้อมที่จะออกเรือนแล้ว และได้เริ่มจัดเตรียมข้าวของและ เอกสารต่างๆ และได้ส่งข่าวให้ทอมทราบเป็นระยะๆ และเกิดเหตุไม่คาดขวัญเมื่อทอมไม่ติดต่อกลับมา และหายเงียบไป เหตุการณ์ครั้งนี้ สร้างความเจ็บปวดให้กับนิดเป็นอย่างมาก นิดกลับมาเล่นเวปหาคู่อีกครั้ง

หลังจาก 5 เดือนผ่านไป ทอมได้ติดต่อมาอีกครั้ง นิดเองซึ่งยังเจ็บปวดกับการกระทำของทอมในครั้งนั้น และยังไม่สามารถให้อภัยทอมได้ นิดปฏิเสธที่จะพูดคุย เพื่อรับฟังคำแก้ตัวใดใด จากทอม ครั้งนี้ทอมให้คำมั่นสัญญาว่า จะบินมาพร้อมสินสอด

นิดเองก็ลังเลที่จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือ กับครอบครัวอีกครั้ง จนกระทั่ง วันที่ทอมมาถึงพร้อม สินสอด สร้างความตกตะลึงให้กับนิดและครอบครัวเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่กี่วัน

ครอบครัวนิดได้จัดงานแต่งงานให้กับทั้งคู่ นิดเองต้องลาออกจากงาน และได้ย้ายไปอยู่อเมริกา กับทอม …………………จบ อิอิ …………….

เหมือนทุกอย่างจะจบลงอย่างสวยงาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่นิดเอามาเล่าในเวป นั้น มันมีอีกจ้า…………อ่านต่อได้เลย

เมื่อนิดมาถึงอเมริกา นิดเองเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองท้อง และอาการท้อง บวก กับการมาอยู่ในต่างบ้านต่างเมืองเป็นครั้งแรก ทำให้นิดรู้สึกเหงาและเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก จากที่เคยมีงานทำ ออกไปไหนมาไห้ได้อย่างสะดวกสบาย

กลับต้องมานั่งมองหิมะที่ตกอย่างหนัก และทอมที่เอาแต่ดูแลลูกชายวัย 2 ขวบอย่างใกล้ชิด วินาทีนี้เอง นิดคิดว่า ตัวเองโดดเดี่ยวเหลือเกิน อยากกลับบ้าน ไปหาพ่อแม่ แต่ก็สายไปเสียแล้ว ได้แต่ทำใจและยอมรับสภาพ

ในสิ่งที่ตัวเองเลือก 3 เดือนผ่านไป นิดแพ้ท้องอย่างหนัก ด้วยอารมณ์ของคนท้อง ที่ต้องการสามีเอาอกเอาใจ คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่ทอมกลับมองว่านิดทำตัวไร้สาระ นิดแค่ท้อง ไม่ได้เจ็บปวด

และสามารถเดินไปไหนมาไหนได้ ทำให้ทั้งคู่มีอาการมึนตึงใส่กัน และแยกห้องนอนในบางครั้ง ทำให้นิดถึงขั้นร้องไห้ และคิดว่าทอม หมดรักในตัวเธอ ทั้งๆที่เธอทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และดูแลลูกชายทอม เท่าที่จะทำได้ และแล้วนิดก็รู้ว่า ตัวเองเป็นฝ่ายเลือกทางเดินที่ผิด ซึ่งนิดคิดแค่ว่าอยากได้สามีฝรั่ง มีลูกฝรั่ง และมาหางานทำ เพื่อได้ส่งเงินมาให้ครอบครัวที่เมืองไทย แต่นิดลืมคิดไปว่า

เธอใช้ระยะเวลาในการดูใจ และเรียนรู้กับทอมน้อยเกินไป ทำให้เกิดความผิดพลาดมากมาย และต้องทน หวานอมขมกลืน เพื่อลูกในท้อง และเธอเข้าใจแล้วว่า ที่ทอมต้องการแต่งงานกับเธอ ก็เพื่อให้เธอมาช่วยแบ่งภาระในการเลี้ยงลูกชายวัย 2 ขวบ ในช่วงที่ทอมต้องออกไปทำงาน ทั้งสอง ต่างมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน โดยลืมมองไปว่า การที่สร้างครอบครัวได้ต้อง ประกอบไปด้วยความรัก ที่ทั้ง 2 มีให้กัน และการเข้าอกเข้าใจกัน ให้อภัยอีกฝ่าย

………………… ——————-*********************************——————

จากเรื่องของนิด ให้บทเรียนแก่ผู้หญิงทุกคนได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าผู้ชายคนที่เราแต่งงานด้วยจะเป็น ไทย ฝรั่ง หรือ ชาติไหน ก็แล้วแต่ อย่าไปคาดหวังว่า เค้าจะดูแล หรือเข้าใจเราได้มากกว่าตัวเราเลย อย่าเอาความหวังของเราไปฝากไว้ที่ใคร เพราะเมื่อไม่ได้อย่างหวังแล้ว เราจะเป็นฝ่ายเสียใจ

อย่าคิดว่า ฝรั่งจะดีกว่า เรา เค้าก็แค่ฝรั่ง เพราะฉะนั้น ศึกษานิสัยใจคอ ของแต่ละฝ่ายให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจ ทิ้งหน้าที่การงานแล้วย้ายไปอยู่กับเค้า เพื่อให้คนรอบข้างอิจฉา ว่าได้ผัวฝรั่งแล้วจะสุขสบาย กว่าได้ผัวคนไทย หรือได้ไปอยู่เมืองนอก ดูดีไฮโซ จากเรื่องที่นิดนำมาระบาย ได้มีแม่บ้าน

ทั้งหลายเข้ามาให้กำลังใจ และมีแม่บ้านท่านหนึ่งได้เล่าว่า เคยทะเลาะกับสามีฝรั่ง และสามีได้ตะคอกกลับไปว่า เค้าได้เอาปืนไปจี้หัว แล้วบังคับให้คุณย้ายมาอยู่เมืองนอกหรือ ??? เจ็บไหมล่ะ อย่าคิดว่าไปอยู่บ้านเค้า แล้วเค้าจะปฎิบัติกับเราอย่างกับเราเป็น คนสำคัญเหมือนอย่างที่คนไทยเรา ให้ความเอาใจใส่กับฝรั่งอย่างกับ เป็นคนครอบครัว …………………………

สาวๆบางคนหน้าที่การงานดี ทุกอย่าง แต่ถูกคนรอบข้างกดดัน ทำให้เลือกคู่ชีวิต ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อย้ายไปอยู่ต่างประเทศ กลับพบว่า สามีที่คิดว่าดีจิงนั้น เป็นแค่สิ่งที่คิดไปเองเท่านั้น เมื่อชีวิตคู่ ต้องประสบปัญหาด้านการเงิน

จากเคยมีรายได้เลี้ยงตัวเองแบบพออยู่พอกินไปวันๆ กลับมีภาระเพิ่มมาอีกคน ทำให้มีปากเสียงและทำร้ายร่างกายฝ่ายหญิง บางรายสามีไล่ออกจากบ้านให้ไปหางานทำ หรือไล่กลับประเทศ อย่างที่เราเคยได้ยินมานักต่อนัก คิดง่ายๆว่า จะไปอยู่บ้านคนอื่น มันจะสบายเหมือนบ้านเราเหรอ ???

หรือ จาก คนที่มีรายได้ ถึงจะไม่มากมาย แต่ก็มีกินมีใช้แทบทุกเดือน ไหนจะออกไป เฮฮา ปาร์ตี้กับเพื่อนๆในวันเงินเดือนออก แต่เมือไปเป็นแม่บ้าน ไม่มีรายได้

จะเอ่ยปากของเงินสามีแต่ละครั้งก็ไม่กล้า หรือ อยากได้เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง ก็ไม่กล้าขอ จะทำไงได้ ก็ต้องดิ้นรนไปหางานทำ ตัวเรา ใจเรา ถ้าเราอยู่ที่บ้านเรา เราก็สุขสบาย กายและใจมากกว่า แต่ถ้าโชคชะตา ลิขิตให้เราต้องจากบ้าน เราต้องมั่นใจว่าคนที่บอกว่ารักเรา ดูแลเราได้นั้น สามารถทำได้อย่างที่พูด ถ้าไม่ได้ก็อย่ามีสะดีกว่า

ปล เรื่องนี้เราไม่เล่าเพื่อความบันเทิง สะใจ หรือ ต้องการดูถูกใครนะค่ะ เขียนเพื่อไว้เพือใจตัวเอง และแชร์กับเพื่อนนักอ่านทุกท่าน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง ขึ้นอยู่ว่าใครจะปรับตัวได้มากน้อยแค่ไหน หวังว่าจากเรื่องของนิด คงทำให้ใครหลายๆคนที่คิดจะมีครอบครัว ได้คิดและไตร่ตรองอย่างรอบคอบ

ก่อนที่ฝากชีวิตไว้กับใคร ส่วนนิด เราของให้เธอปรับตัวกับสภาพแวดล้อม และสามีปรับความเข้าใจกับเธอ และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ให้อภัยกันอีกครั้ง จ้ะ

สวัสดีจ้า  ถ้าถามว่าเค้กแบบไหนที่เราชอบที่สุด เราขอบอกได้แบบไม่ถนอมเสียงว่า ฟรุ้ทเค้ก โดยส่วนตัวชอบกินอะไรที่หลากหลาย เมือกินแล้วนอกจาก จะได้กินเนื้อเค้กแล้ว เราน่าจะได้กินอะไรที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเค้ก อีกสักหน่อย ก็ถือว่ากำไร ในการจ่ายเงินใช่ป่ะล่ะ ???

ฟรุ้ทเค้กที่เรานิยมชมชอบ มาก เรียกว่ามากที่สุดก็คงจะเป็น ฟรุ้ทเค้กจากโรงแรม โนโวเทล ที่ซื้อกินติดต่อมายาวนาน  เพราะหาสูตรเค้กฟรุ้ทเค้กที่อร่อยมาแทนที่ ไม่ได้นะเอง

และ ….แล้ว หลังจากลองผิดลองถูก จากสูตรต่างๆในเวป ที่บรรดาแม่ครัวพ่อครัวใจดีเอามาแจกให้ลองทำกัน เราก้อ ยังไม่ได้สูตรที่ถูกใจ 

แต่……………..

วันนี้เราได้เจอสูตรที่ใช่ และใกล้เคียงกับเค้กของโนโวเทลแล้ว ว่ะค่ะ อิอิ 

….เค้าบอกว่า ฟรุ้ทเค้กเก็บได้นานมากๆๆ ยิ่งนานยิ่งอร่อย แค่ห่อฟอด์ยและใช้หนังสือพิมพ์ห่ออีกครั้ง จากนั้นเอาไปแช่ตู้เย็น เมื่อหิวก้อเอามาชิม ได้เรื่อย ๆๆๆ

เอาละพล่ามมาเยอะ  มาดูวิธีทำกันโล้ด  ขอให้เครดิต คุณเกดและ น้องบัว ที่ดัดแปลงจาก สูตร อ.ปริศนา    อีกเช่นเคยจ้า เจ้าของสูตรอร่อย

x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/

ผลไม้แห้ง

1. ผลไม้แห้ง 500 กรัม  (เราเลือกใช้กล้วยตากอบน้ำผึ้ง เป็นส่วนผสมด้วยค่ะ  นอกนั้นก็เป็น ลูกเกดเหลือง-ดำ  /อินทผาลัม/เชอรี่เขียว-แดง / สัปปะรสอบแห้ง / กีวี /มะเขือเทศ ฯลฯ คือชั่งรวมกันได้ 500 กรัม)

 2. เหล้ารัม 120 มล.   /  ถ้าไม่มีแนะนำเป็นเหล้าที่มีขายทั่วไปค่ะ

3. ไวน์ขาวไม่หวาน 120 มล. 

4. เมเปิ้ลไซรัป 2 ช้อนโต๊ะ    / หาซื้อได้ที่ฟู้ดแลนด์ ค่ะ  หรือใช้น้ำผึ้งแทนก็ได้ค่า

5. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนโต๊ะ

 x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/

เนื้อเค้ก
 
1. แป้งแนกประสงค์ 175 กรัม
2. ผงฟู 1 ช้อนชา
3. ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา     / เราไม่ใช้ค่ะเพราะกลิ่นจะไปกลบ กลิ่นหอมของเหล้าที่หมักผลไม้
4. ผงจันทน์เทศ 1/4 ช้อนชา  / เราไม่ใช้ค่ะเพราะกลิ่นจะไปกลบ กลิ่นหอมของเหล้าที่หมักผลไม้
5. เนยสด 100 กรัม (รสจืด ทิ้งไว้ให้นิ่ม)
6. น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม
7. ไข่ไก่ เบอร์ 1    2 ฟอง

x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/x/

วิธีการทำ / ขออนุญาตลอกวิธีการทำจากคุณเกดค่ะ

1. หั่นผลไม้แห้งเป็นชิ้นเล็ก ผสมรวมกันในชาม ใส่ไวน์ เหล้ารัม วานิลลา เมเปิ้ลไซรัป คนให้เข้ากัน ปิดฝาใส่ตู้เย็น หมักไว้ 24 ชั่วโมง นำออกมาคนบ้าง สัก 2-3 ครั้ง 
 หน้าตาผลไม้ที่หมักค่า   ลัดขั้นตอน ภาพดูมัว หน่อยค่า คนถ่ายเมา 55555555
DSC04655

2. เริ่มเตรียมอุปกรณ์  ดูจากภาพเลยจ้า เปิดเตาอบที่ 150 องศาเซลเซียส เราใช้ไฟล่างค่า (ถ้าเปิดแบบพัดลมให้ตั้งที่ อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียส) ตั้งน้ำร้อน 1 ถาดไว้ที่พื้นเตาอบ ตรงนี้อย่าลืมนะคะ เพราะว่าเค้กที่ได้เนื้อจะนุ่มและชุ่ม ไม่แห้งค่ะ

DSC04659
3. เราใช้พิม์แบบฟอด์ย ซึ่งเก็บได้ง่ายและนำไปแจกจ่ายได้สะดวกค่า 

DSC04660
4. ร่อนแป้ง ผงฟู  เข้าด้วยกัน แล้วพักไว้
 
5. ตีเนยให้อ่อนตัว จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป ตีให้จนเป็นสีอ่อนดูฟูเบา ใช้สปีดกลาง ประมาณเบอร์ 4 ตีด้วยหัวตีใบไม้ค่ะ หรือ หัวตะกร้อ ในกรณีที่บ้านใครใช้เครื่องตีตัวเล็ก  ตีไปด้วยก็หยุดปาดอ่าง เพื่อให้เนยฟูเบา ตีประมาณ 5 -6 นาที สีของน้ำตาลจะอ่อนลง
 
6. จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสปีดต่ำ ใส่ไข่ลงไปทีละฟอง ให้เครื่องผสมให้เข้ากันดีจึงใส่อีกฟองลงไป ตรงนี้ไม่ควรตีนานเกินนะคะ ถ้าส่วนผสมไม่เข้ากันอาจเปลี่ยนไปตีที่สปีดสูงเพื่อให้เข้ากันค่ะ
 

DSC04661
7. จากนั้นจึงค่อย ๆ ทยอยใส่แป้ง โดยคนให้เข้ากันด้วยตะกร้อ หรืออาจะใช้เครื่องตีก็ได้ค่ะ      ใช้สปีดแค่เบอร์ 1 พอค่ะ แค่พอให้แป้งผสมเข้ากันเท่านั้น ดูเละมาก

DSC04662
 
8. จากนั้นจึงใส่ผลไม้แห้งพร้อมเหล้าหมักทั้งหมดลงไป คนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้

DSC04664

9.  ตัดใส่ฟอด์ย ประมาณ 3/4 ค่ะ

DSC04665

10 อบนานประมาณ 45 นาที หรือ  1 ชั่วโมง  หรือจนสุก เมื่อเอาไว้จิ้มแล้วไม่มีเศษเค้กติดออกมาก็ถือว่าใช้ได้ค่ะ จากนั้นนำออกจากเตาอบ ทิ้งให้เย็นลงในพิมพ์ประมาณ 20 นาที แล้วนำมาแต่งหน้าด้วยผลไม้เชื่อม

DSC04666

11  อบเสร็จเป็นแบบนี้ค่า

DSC04668

DSC04669

12. เอาแยมส้มมาผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วเข้าไมโครเวฟ เอามาทาหน้าขนมเพื่อให้ดูน่าทานมากขึ้นค่า

 DSC04676

ปล  ถ่ายภาพไม่สวย ขออภัยด้วยจ้า   สงสัยถามได้ ตอนนี้เราทำบ่อยมากๆ ทำแจกมั้ง ขายมั้ง ก้อว่ากันไป  

เจอกันค่ะ มีสูตรอร่อยๆๆรออีกเพียบ ไว้เอามาแชร์ใหม่จ้ะ

หายจากการเขียนไดอารี่ นานๆๆมากๆ +++++++++++++++++++++++++++

ช่วงนี้ชอบทำขนมประเภท

Fruite cake

มาก ส่วนตัวแล้วจะชอบกินขนมเนื้อแน่นๆและมีผลไม้เยอะ แป้งไม่เน้น เพราะกลัวอ้วน

ได้สูตรอร่อยมาจากอินเตอร์เนต จากคุณบัวซึ่งปรับสูตรจาก คุณปริสนา ก่อนที่เราจะเริ่มทำเค้ก วันนี้เราสอนทำผลไม้ตกแต่งหน้าเค้กก่อน ค่า

ส้มเชื่อม ส้มเชื่อมถ้าซื้อจากร้านหรือทางอินเตอร์เนตจะราคาค่อนข้างสูงมาก ต้นทุนสูง ว่างั้น เพราะฉะนั้น คนที่ทำเค้กจะลดต้นทุนโดยการทำเอง ซึ่งไม่ยากค่า

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ส้มซันควิก /ส้มนาเวล 6 ผล แนะนำเป็นส้มเปลือกหนานะค่ะ การเลือกส้ม ให้ดูที่ขั้วว่ามันยังตึง ไม่มีรอยเหี่ยว ( งง กันหรือเปล่าค่า ?)

2. น้ำตาลทราย 300 กรัม

3. คอร์ไซรับ หาซื้อได้จาก วิลล่ามาเกต ถ้าไม่มีให้ใช้น้ำเชื่อมในข้อ 6 แทนค่ะ

4. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

5.สีส้ม 1-2 หยด

6.น้ำเชื่อม  50 กรัม ( หาซื้อได้จากบิ๊กซี แมคโคร ราคาประมาณ 30 บาท +)

7 น้ำเปล่า  150 กรัม

ขั้นตอนการทำ 

1. หลังจากได้ส้มมาแล้ว ให้นำไปล้างให้สะอาด

2. หั่นส้มเป็นแว่น หนาประมาณ1 -1.5 เซน

DSC_0037

3. จากนั้นเอาน้ำกับน้ำตาลและ น้ำเชื่อมใส่ กระทะ หรือหม้อ ตามสะดวก ค่ะ เราเลือกใช้กระทะ เพราะสามารถเชื่อมได้เยอะและสุกได้ทั่วถึง

DSC_0038

4. ต้มให้น้ำตาลละลาย ให้ร้อนทั่วๆกัน แล้วใส่ส้มที่หั่นลงไป ต้มไปเรื่อยๆ ใช้ไฟปานกลาง เราไม่กำหนดเวลาในการเชื่อมนะค่า เพราะเตาไฟแต่ละบ้านไม่เท่ากัน

DSC_0041

5 ประมาณ 5-10 นาที ให้ลองเอาส้อมจิ้มไปที่เปลือกส้ม ว่านิ่มหรือยัง เราแนะนำให้กลับด้านเพื่อให้สุกทั่วกัน เชื่อมไปเรื่อยๆ ใส่น้ำผึ้ง ( ถ้าชอบสีสันก็หยดสีส้มลงไปได้เลย ค่ะ ระวังหน่อยนะค่ะ เพราะถ้าใส่เยอะ มันจะดูเข้มเกินไปไม่น่ากิน )

DSC_0040

6. เมื่อลองชิมแล้วหมดรสขม ให้เอาส้มเชื่อมมาวางไว้ที่ตะแกรง แล้วนำไปอบ ไฟบน-ล่าง ความร้อน 110 องศา ประมาณ 10-15 นาที

7. เมื่ออบเสร็จแล้ว ให้เอาออกมาพักให้เย็น แล้วเอาใส่กล่อง แล้วใส่ตู้เย็น ค่ะ

เสร็จแล้วววววววววววววววววววววววววว ง่ายไหมค่า ???

เครดิต คุณเกด ค่า

หายจากการเขียนบล็อค ในเวปนี้มานานเพราะโดน ผู้ดูแลระบบของ wordpress ส่งเมล์มาเตือนเรื่องการเขียนข้อความในเชิงโฆษณา เรื่องเครื่องสำอาง เราเลยหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะว่าเวปโดนปิด เข้ามาเขียนไม่ได้ ก็เมล์กลับไปชี้แจงว่าเรา รีวิวเรื่องการใช้เครื่องสำอางที่เคยใช้เลยเอามาแชร์ในเวปก็แค่นั้น

หลังจากนั้นทางผู้ดูแลระบบก็ส่งเมล์มาแจ้งว่าใช้งานได้แล้ว เราก็ยังเฉยๆๆ คนมันเซ็งง่ะ  บวกกับช่วงนี้ยุ่งๆๆอะไรหลายอย่างก็เลยขี้เกียจสะงั้น 5555555555

กลับมาคุยเรื่องเค้กดีกว่า  ช่วงนี้เรากลับมาทำเค้กอีกแล้ว หลังจากหยุดไปเมื่อ1 ที่แล้วเพราะทำแล้วไม่ได้ดังใจ อารมณ์ท้อแท้มันเลยบังเกิด ก็หยุด

ไม่รู้ว่าใจคิดยังไงก็เลยกลับมาลองทำ ปรากฎว่าทำได้ แต่ยังไม่ช่าย เช่น ก่อนหน้านี้ เค้กเป็นไต   ขอขยายความเรื่อง เค้กเป็นไต นั่นหมายถึงส่วนผสมของไขมันลงไปนอนที่ก้น เมื่ออบออกมาเค้กจะไม่ฟู แต่ความนิ่มยังคงอยู่เช่นเดิม

เมื่อเราแก้ปัญหา เค้กเป็นไตได้แล้ว ก็กลับมามีปัญหา เค้กไม่ฟู  คือ โดยปกติแล้วเค้กจะต้องขึ้นฟูเต็มพิมพ์ แต่เค้กที่เราอบ จะได้เนื้อเค้กแค่ 3/4 ของปริมาณพิมพ์

เนื้อเค้กที่ได้ก็จะนิ่มแล้วเนื้อแน่นเหมือน เค้กบัตเตอร์  ( เราทำเค้กสปันท์ ) คือ ทำอย่างนึงกลับได้อีกอย่างนึงสะงั้น

อย่างงี้ถือว่าประสบความสำเร็จไหมค่ะ ?? 555555555

เค้กที่ทำสำเร็จแล้วถูกใจ จะเอาสูตรอร่อยๆๆมาแบ่งปันนะค่ะ

หลังจากวุ่นวายเรื่องน้ำท่วมกับงานอาสาสมัครแล้ว เราก็ยังมีเวลาว่าง คิดเรื่องตัดผม หลังจากปล่อยให้ชีวิตวุ่นวายกับเรื่องน้ำท่วมมานานแสนนาน จนเราสังเกตเห็นว่า

ผมเราร่วงเยอะมาก ก็คิดว่ามันเป็นธรรมชาติ เพราะโดยลักษณะผมเราแล้วจะหนามากแล้ว ยาวเร็วมากเช่นกัน ก็เลยอยากตัดผม อยากเปลี่ยนทรง ก็เลยนั่งหาแบบในเนต ก็ได้แบบที่ถูกใจก็ปริ้นเก็บเอาไว้

เราเลือกร้านออกัส หน้าราม เพราะเคยเข้าไปใช้บริการ แล้วสังเกตว่า มีช่างวีไอพี ที่มีคนไปใช้บริการเยอะที่สุด คือ พี่ยี แต่พี่ยีจะลูกค้าเยอะมาก วันนั้นเราก็ไปนั่งรอตั้งแต่ช่วงบ่ายสอง ปรากฎว่า พี่ยียังไม่มา แต่มีลูกค้าประจำมานั่งรอประมาณ 2 คน

 เราก็นั่งอ่านหนังสือ ไปเรื่อยเปื่อย รอๆๆ ตาก็มองไปรอบร้าน ร้านนี้คนเยอะมาก เดินเข้าเดินออกตลอด ช่างก็เยอะ แต่ละคนแต่งตัวสวยๆๆทรงผมก็ดูเปรี้ยว ทั้งนั้น เรียกว่าเหมือนงานแฟชั่นเลยทีเดียว

เราก็นั่งรอต่อไป 1 ชม ผ่านไป พี่ยีก็มาถึง พี่ยีก็เรียกคนที่มารอก่อนไปทำผม เราก็รอ ปรากฏว่า มีลูกค้าประจำของพี่ยีมาอีก 2 คน เราก็เลยถาม ที่เคาเตอร์ ว่าตกลงแล้วมีคนที่ตัดผมกับพี่ยีกี่คนแล้วเราต้องรออีกกี่ ชม ถึงจะได้ตัด

พี่ยีก็เดินมาคุยกับเรา ว่าเราจะทำไรบ้าง ฯลฯ ปรากฎว่า วันนี้พี่แกคิวทองจริงๆๆ เราจะได้ตัดก็ประมาณ 6 โมงกว่าๆๆ เราก็นั่งคิด จะเอาไงดี จะตัด หรือจะออกไปเดินเล่นก่อนดี

ระหว่างนั้นเห็นช่างคนหนึ่งเดินมาเอาของ เราก็สังเกตว่าทรงผม ของเค้าเหมือนทรงที่เราจะตัด ก็เลยเดินไปบอกที่เคาเตอร์ว่าเราขอเปลี่ยน ตัดกับช่างคนนี้ ซึ่งน้องชื่อว่า หญิง

เค้าก็เรียกน้องหญิงมาคุย เราก็เลยเอาแบบผมให้ดูว่าจะตัดแบบนี้ เค้าบอกว่าโอเค เราก็เดินตามน้องไปชั้น 2 ไปถึงก็สระผม อบไอน้ำ ( ฟรี) แล้วก็ตัดผม…………..

ระหว่างตัดผม น้องก็บอกว่า อาจจะเอากิ๊บช่วยติดหน่อย เพราะเราไปยืดผม ทำให้ผม มันอาจจะไม่ได้ตามแบบที่ตัดมากนัก แต่ตอนนี้เราก้โอเคแล้ว

เราคิดว่ามันอยู่ที่เรามากกว่า ว่าหลังจากที่เรามาสระผมเอง เซตผมเอง ว่าเราจะให้มันเปนไปในลักษณะไหน

ประมาณ 5 โมงกว่า เราก็ลงมาจ่ายตังส์ ช่างตัดผมเราออกไปเยอะมาก ด้านหลังเป็นตัวยู เราก็ชอบอะ เพราะเบาดี สระง่าย แห้งเร็ว ไม่หนักมากนัก

จ่ายไป 159 บาท แล้วให้ทิป ช่างอีก 20 บาท สบายใจแระ ก็กลับบ้านกับผมทรงใหม่ แรกๆๆก็ยังไม่คุ้นเท่าไหร่ เพราะผมมันแยงตาอ่ะ แต่หลังๆๆมานี่ก็เริ่มชินแล้ว

สรุปว่าชอบมากก จ้า เอารูปมาแปะ เห่อนิดๆๆ

:- )

เอาผมทรงเก่ามาแปะไว้ด้วย เปรียบเทียบกับทรงใหม่ ฮี่ๆๆๆ


 
 

 

 

เขียนเรื่องสวยๆๆงามมา 2 วันแล้ว วันนี้จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว

เขตที่เราอยู่ไม่มีน้ำเลยแม้แต่น้อย ถือว่าโชคดีมาก  แต่ต้องมาย้ายของลงมาชั้นล่าง ซึ่งเป็นงานที่น่าเบื่อมากๆๆ ต้องจัดบ้านใหม่อีก

และอีกเรื่องที่จะลืมไม่ได้เลย คือการได้ไปเป็นอาสา ช่วยงานที่ศูนย์อพยพ

 

 

ได้เจอเพื่อนร่วมงานที่น่ารัก  ต่างจิตต่างใจ ต่างที่มา แต่ทุกคนมีเป้าหมายและความคิดเดียวกัน คือมาช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติที่ไม่มีที่อยู่

และที่ทำให้เราประทับใจมาก และหลงรักสาวน้อยคนนี้มากเช่นกัน รวามถึงอาสาคนอื่นๆ ก็ตกหลุมรักเธอกันถ้วนหน้า 

สาวน้อยคนนี้ชื่อว่า น้องพรู  คุณแม่เธอบอกว่าไม่ทราบเหมือนกันว่า ชื่อนี้มีความหมายว่าอย่างไร

  ในช่วงแรกเลย เราเองก็ยังเรียกชื่อเธออไม่ถูกนัก เรียกแค่ว่าน้องพลู  555

และสาวน้อยก็เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย จากน้ำท่วม บ้านเธออยู่ที่พุทธมณฑล  ซึ่งน้ำยังท่วมอยู่เป็นจำนวนมาก และเธอมีพี่ชายที่น่ารักไม่แพ้กัน 2 คน

เราจะคอยช่วยดูแลเธอในช่วงที่คุณแม่เธอต้องดูแลพี่ชายทานข้าว หรือจัดการธุระเล็กน้อย  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก

เธอน่ารักไม่ งองแง ใครจะอุ้ม จะกอด จะฟัด จะเหวี่ยงก็ได้  น่ารักสุดเลยๆๆ และเธอคือ คนที่ทำให้เราอยากไปที่ศูนย์อพยพทุกวัน

 

เพื่อจะได้เจอเธอ และเล่นกับเธอ

เมื่อวานนี้ เป็นวันที่ศุนย์อพยพ ต้องปิดลงเนื่องจากทาง กกท ต้องใช้พื้นที่ในการจัดเตรียมการแข่งขันกีฬา  เราเศร้ามาก และเราก็ไม่ได้ไปที่ศูนย์ เพราะผู้ประสบภัยทั้งหมดต้องย้ายไปที่ศูนย์ใหม่

ตั้งแม่เมื่อวันอังคารที่ 29 บ่ายๆๆ  ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็น  เราโชคดีที่ตัดสินใจไปเมื่อวันจันทร์ 28 เพราะตั้งใจจะเอาของเล่นที่ซื้อ ไปให้น้องพรู 

 

และโชคดีที่ได้เจอ เพราะเราไปรอนานมากกว่าน้องกับคุณแม่จะเข้ามาที่โรงอาหาร  ตอนแรกก็จะฝากของเล่นให้กับป้าเล็กช่วยฝากให้น้อง

โชคดีจริงๆๆได้เจอ ได้บอกลากัน เป็นครั้งสุดท้าย   คิดถึงแม่หนูพรูจัง

เมื่อวานนั่งรถผ่าน กกท ก็อดจะหันไปมองไม่ได้ เพราะเราชินกับที่ทุกๆวัน เลิกงานแล้ว ต้องแวะไปช่วยงานเล็กๆๆน้อยแล้วก็กลับบ้าน

ตั้งแต่วันนี้ เราคงเหงา  อ่ะ……………


หลังจากเฟ้นหาครีมบำรุงผิวจาก อากู๋มาหลายเดือน เพราะครีมตัวเก่า กระปุกแดง ใกล้จะหมดแล้ว  ก็ได้เจ้ากระปุกแดง มาเช่นกัน แต่รอบนี้เป็นแบรนด์ห้างทั่วไป หาซื้อง่าย แต่ที่เราอยากได้ต้องซื้อจากในเนต เป็นสูตร made in usa  ที่ใครต่อใครบอกว่ามันดีนักหนา   ส่วนผสมต่างจากสูตรเมืองไทย แล้วคุณภาพดี พอกับแบรนด์ดังตามห้างหรู แถมได้รางวัลการันตีถึงคุณภาพว่าเจ๋งจริงอะไรจริง

หลังจากลังเลมาหลาย รอบ ว่าจะซื้อเอง กับซื้อตามร้านที่หิ้วมาจากเมืองนอกอันไหนมันจะง่าย และได้ของเร็วกว่า เราก็ตัดสินใจ ซื้อจากร้านในเนต เมื่อเทียบกับร้านต่างๆๆก็ถูกมาก บวกลบแล้ว ตกลงใจซื้อจ้า

ราคาอยู่ที่  900 บาทถ้วน ส่ง EMS 20 บาท  เพราะฉะนั้น เราเสียเงินไปทั้งหมด 920 บาท ก็รอ  2 วันก็ได้รับครีม ที่มาในรูปแบบเดียวกันจากห้าง  เรายังไม่ได้ดูส่วนผสมว่า ตัวไหนที่แตกต่างจาก สูตรเมืองไทย

มาดูในส่วนของเนื้อ ครีม เราว่ามันค่อนข้างหนัก  โดยรวมแล้วเราเปนคนผิวผสม หน้าจะมันเฉพาะส่วน จมูก หน้าผาก เป็นส่วนใหญ่  แต่เจ้ากระปุกแดง เราสามารถทาได้เช้าและเย็น  แต่เราเลือกทาก่อนนอน  มีความรู้สึกว่ามันซึมเข้าผิวช้าแหะ

โดยปกติแล้ว เรานิยมใช้ครีมที่มีเนื้อเป็นเจล ซึ่งข้อดี คือ ทาแล้วมันซึมเร็ว ไม่เหนียวหน้า

ปล เจ้ากระปุกแดง มันมีคุณสมบัติเรื่องริ้วรอย เหมาะสำหรับ สาวอายุ 30 ปี +++   จ้า

ข้อมูลเกี่ยวกับกระปุกแดง

http://reviews.olay.com/9989/075609019326/olay-regenerist-micro-sculpting-cream-reviews/reviews.htm

จากเวปโอเลย์  คะแนน 4.7 จาก  ผู้ใช้ 293 จ้า

Average Customer Rating:
4.669 out of 5
4.7 out of  5  (293 Reviews)

—————————————————————————————

http://topicstock.pantip.com/woman/topicstock/2010/08/Q9583525/Q9583525.html

เก็บมาฝาก.. ผลโหวดเครื่องสำอางและครีมบำรุงปี 2010 จากผู้อ่าน376982 คน นิตยสาร Glamour

ความคิดเห็นที่ 25

The Best Wrinkle Fighters From drugstores: Olay Regenerist Micro-Sculpting Cream ($25). This “miracle” cream “makes small wrinkles disappear.” Says one reader: “At age 33, I’m usually mistaken for 24.”

From department/specialty stores: Estée Lauder Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex ($48). “In less than a week,” this “smooths wrinkles.” Fans “wake up” to glowy skin.

จะเห็นได้ว่า ครีมตัวนี้เจ๋งจริงเพราะสามารถเทียบกับแบรนด์ดังอย่างเอสเต้  น่าสนใจชิมิล่ะ  อิอิ

เครดิตรูปจาก http://www.walmart.com/ip/Olay-Regenerist-Micro-Sculpting-Cream-1.7-oz/10322186